ลวดเหล็กเส้นที่โจทก์นำเข้ามาเป็นสินค้าสำเร็จรูปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 หรือไม่ และควรเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 1.5 หรือร้อยละ 5
สินค้าสำเร็จรูปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 คือสินค้าซึ่งตามสภาพอาจอุปโภคบริโภคได้โดยไม่จำต้องเปลี่ยนหรือดัดแปลงหรือนำไปผสมกับสิ่งอื่น สภาพความสำเร็จรูปขึ้นอยู่กับการที่เอาอุปโภคได้ ไม่ใช่ความประสงค์ในการผลิตหรือการนำไปใช้โดยเฉพาะ
ลวดเหล็กเส้นที่โจทก์นำเข้ามาเป็นสินค้าสำเร็จรูปตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
โจทก์นำลวดเหล็กคอนกรีตอัดแรงเข้ามาและนำไปผลิตเป็นวัสดุอย่างอื่น โดยชำระภาษีการค้าประเภทการขายของชนิด 9 (ก) อัตราร้อยละ 1.5 เป็นเงิน 3,306.02 บาท เจ้าพนักงานของกรมสรรพากรแจ้งการประเมินภาษีการค้าให้โจทก์ชำระเพิ่มเป็นอัตราร้อยละ 5 รวมเป็นค่าภาษี 7,012.75 บาท เงินเพิ่ม 350.64 บาท เบี้ยปรับ 7,012.75 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2513บริษัทเยนเนอรัลเอนยิเนียริงจำกัดโดยนางชัชนี จาติกวณิช และ นายบรรยง ล่ำซำ กรรมการโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 77 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2509 ลวดเหล็กเส้นที่โจทก์สั่งนำเข้ามาเป็นเหล็กเส้นสำเร็จรูปเป็นท่อน ๆ จึงเป็นสินค้าสำเร็จรูป ข้อที่ว่าเป็นเหล็กเส้นชนิดที่ใช้หล่อเสาหรือแผ่นคอนกรีตอัดแรงอันจะใช้เหล็กเส้นธรรมดาทำไม่ได้ แต่ถ้าใช้เหล็กเส้นอย่างนี้ไปทำการอย่างอื่นแทนเหล็กเส้นธรรมดา ถ้าไม่ต้องให้มีการดัดเหล็กหรืองอเหล็กแล้ว ก็ย่อมใช้ได้ ก็ไม่ทำให้เห็นว่าเหล็กอย่างนี้จะไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูป เป็นแต่ว่าเหล็กเส้นชนิดนี้มีคุณภาพพิเศษกว่าเหล็กเส้นธรรมดา โดยใช้ในการหล่อคอนกรีตอัดแรงได้ ซึ่งเหล็กเส้นธรรมดาใช้ไม่ได้เท่านั้น การที่ตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร ให้ใช้บังคับแก่ผู้ประกอบการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2509 เป็นต้นไป และปรากฏว่าลวดเหล็กอย่างของโจทก์นี้ต้องเสียภาษีอัตราร้อยละ 5 ของรายรับ ดังนี้ ไม่แสดงว่าลวดเหล็กของโจทก์มิใช่สินค้าสำเร็จรูปโจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำลวดเหล็กคอนกรีตอัดแรงเข้ามาและนำไปผลิตเป็นวัสดุอย่างอื่น จึงมิใช่สินค้าสำเร็จรูปที่นำมาใช้ในโรงงานเพื่อผลิตขายต่อไป โจทก์จึงชำระภาษีการค้าประเภทการค้า การขายของชนิด ๙ (ก) อัตราภาษีร้อยละ ๑.๕ ชำระภาษีไปเป็นเงิน ๓,๓๐๖.๐๒ บาท เจ้าพนักงานของกรมสรรพาการแจ้งการประเมินภาษีการค้าให้โจทก์ชำระเพิ่มภาษีอัตราร้อยละ ๑.๕ เป็นร้อยละ ๕ เป็นค่าภาษี ๗,๐๑๒.๗๕ บาท เงินเพิ่ม ๓๕๐.๖๔ บาท เบี้ยปรับ ๗,๐๑๒.๗๕ บาท ภาษีเทศบาล ๑,๔๓๗.๖๑ บาท รวมที่ค้างชำระอีก ๑๕,๘๑๓.๗๕ บาท โจทก์เห็นว่าเป็นการประเมินคลาดเคลื่อนได้อุทธรณ์คัดค้าน กรรมการพิจาร