โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ภาษีอากรมีอำนาจฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ภาษีอากรโดยไม่ต้องรอผลการอุทธรณ์หรือไม่ และการคำนวณเงินเพิ่มอากรขาเข้าตามกฎหมายที่เปลี่ยนแปลง
เจ้าหนี้ภาษีอากรมีสิทธิฟ้องคดีให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภาษีอากรได้โดยไม่ต้องรอผลการอุทธรณ์ หากลูกหนี้ไม่ได้อุทธรณ์การประเมินภายในกำหนดตามกฎหมาย เงินเพิ่มอากรขาเข้าตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องไม่เกินอากรที่ต้องเสีย แต่เมื่อ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเก็บเง
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ให้จำเลยชำระภาษีอากรพร้อมเงินเพิ่มภาษีอากร 48,161,782.98 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง และชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนจากอากรขาเข้าที่ชำระขาดรวม 9,921,918 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (3 พฤศจิกายน 2560) จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 แก่โจทก์ที่ 1
จำเลยนำเข้าสินค้าระหว่างเดือนธันวาคม 2550 ถึงเดือนตุลาคม 2551 และชำระอากรขาเข้าไม่ครบถ้วน โจทก์แจ้งการประเมินให้จำเลยชำระอากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินเพิ่มอากรขาเข้า และเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม รวม 40,615,762.93 บาท จำเลยไม่ได้อุทธรณ์การประเมินครั้งแรก แต่ต่อมาอุทธรณ์การประเมินครั้งที่ 2 คณะกรรมกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 576/2565กรมศุลกากร กับพวกโจทก์บริษัท ท.จำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 (5) ป.รัษฎากร ม. 30, ม. 88/5 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 112 ฉ, ม. 112 จัตวา, ม. 112 อัฏฐารส พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ม. 22 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม. 7 (1), ม. 8, ม. 26 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 ฉ มาตรา 112 อัฏฐารส และ ป.รัษฎากร มาตรา 30 มาตรา 88/5 เป็นหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับผู้อุทธรณ์การประเมินที่จะนำคดีมาฟ้องศาลภาษีอากรได้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์แล้วตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 7 (1) และ มาตรา 8 แต่ในส่วนของโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าหนี้ภาษีอากร หากโจทก์ทั้งสองเห็นว่าโจทก์ทั้งสองได้แจ้งการประเมินภาษีอากรแก่จำเลยโดยชอบแล้ว จำเลยไม่ได้อุทธรณ์การประเมินดังกล่าวภายในกำหนดตามกฎหมายจึงเป็นหนี้ภาษีอากรเด็ดขาด โจทก์ทั้งสองย่อมใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรให้จำเลยชำระหนี้ภาษีอากรดังกล่าวได้ คดีนี้แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่าจำเลยอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรที่พิพาทในคดีนี้เกินกำหนดตามกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่าจำเลยได้อุทธรณ์การประเมินภาษีอากรภายในกำหนดตามกฎหมายหรือไม่ หากรับฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้อุทธรณ์การประเมินภาษีอากรภายในกำหนดตามกฎหมายดังที่โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้าง ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ภาษีอากรค้างได้ แต่หากรับฟังได้ว่าจำเลยได้อุทธรณ์การประเมินภาษีอากรภายในกำหนดตามกฎหมายแล้ว ที่คณะกรรมการพิจารณาอ