ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2518

ประเด็นกฎหมาย

การแปรรูปสินค้าด้วยกรรมวิธีหลายขั้นตอนเป็นการผลิตตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 หรือไม่ และผู้ผลิตต้องเสียภาษีการค้าในอัตราผู้ผลิตแม้จะเคยเสียภาษีในขั้นตอน

หลักกฎหมาย

การนำลวดเหล็กขนาดใหญ่ผ่านกรรมวิธี 4 ขั้นตอน ได้แก่ ล้าง รีด อบความร้อน และชุบสังกะสีหรือทำเป็นลวดหนาม ถือเป็นการแปรสภาพสินค้าเป็นการผลิตตามมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ผลิตต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 5 หรือ 7 ตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภท 1 การขายของชนิด 1 (ก) และไม่อาจอ้างว่าการเสียภาษีซ้ำเป็

คำวินิจฉัย

การประเมินภาษีของพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ (จำเลยที่ 2, 3, 4) ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อลวดเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6.4 และ 5.5 มิลลิเมตร แล้วนำไปผ่านกรรมวิธี 4 ขั้นตอน ได้แก่ ล้างและรีดให้เล็กลง อบความร้อน ชุบสังกะสีทำเป็นลวดสังกะสีและตะปู หรือทำเป็นลวดหนามออกจำหน่าย โดยซื้อลวดเหล็กจากทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งได้เสียภาษีการค้าในขั้นตอนนำเข้าแล้ว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2518บริษัทสินธานีอุตสาหกรรม จำกัด โดยนายกานต์ กานตานันทะประธานกรรมการโจทก์กรมสรรพากร ที่ 1 โดยนายเยื่อ สุสายัณห์ อธิบดี กับพวกรวม 4 คนล. ป.รัษฎากร ม. 77 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร, ม. 77 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2513 ม. 3 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2509 ม. 4, ประมวลรัษฎากร มาตรา 77 บัญญัติความหมายของคำว่า "ผลิต" ไว้ว่า หมายถึง "ทำการเกษตรหรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบ แปรรูป แปรสภาพสินค้า หรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ " และ "ผู้ผลิต" หมายถึง "ผู้ประกอบการที่ทำการผลิต" โจทก์ทำสินค้าโดยซื้อลวดเหล็กมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่มีคนเอาไปใช้อย่างอื่นนอกจากแปรรูปให้เป็นขนาดเล็กนำมาผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ 4 ขั้นตอน คือ ล้างและรีดเป็นเส้นลวดให้มีขนาดเล็กลง แล้วนำไปอบความร้อนให้มีสภาพอ่อนตัวลง และชุบสังกะสีทำเป็นลวดสังกะสีและตะปู หรือเข้าเครื่องฟั่นเครื่องตัดทำเป็นลวดหนามออกจำหน่าย ดังนี้ การทำสินค้าลวดเหล็กของโจทก์ตั้งแต่กรรมวิธีที่ 1 ถึงกรรมวิธีที่ 4 ถือได้ว่าเป็นการแปรสภาพสินค้าจากลวดเหล็กขนาดใหญ่เป็นลวดสังกะสี ลวดหนาม และตะปู จึงเป็นการผลิตตามความหมายของมาตรา 77 และเมื่อโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าสินค้าที่โจทก์ทำการผลิต โจทก์จึงเป็นผู้ผลิตตามมาตรา 77 ด้วย เมื่อโจทก์นำลวดสังกะสี ลวดหนาม และตะปูที่ตนผลิตดังกล่าวมาขาย โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด 4 แห่งประมวลรัษฎากรประเภท 1 การขายของชนิด 1 (ก) ในฐานะผู้ผลิตในอัตราร้อยละ 5 สำหรับรายรับก่อนเดื