สัญญาเช่าซื้อที่ดินระหว่างเอกชนกับหน่วยงานทางปกครองเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง และอยู่ในอำนาจศาลปกครองหรือไม่
สัญญาทางปกครองต้องมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ สัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ หรือมีข้อกำหนดให้อำนาจฝ่ายปกครองบังคับการให้เป็นไปตามสัญญาฝ่ายเดียว หากสัญญาไม่มีลักษณะดังกล่าว แม้คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง สัญญานั้นก็เป็นสัญญาทางแพ
ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งของหน่วยงานทางปกครอง มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินกับเอกชน โดยสัญญามีลักษณะทั่วไป ไม่มีข้อกำหนดให้อำนาจผู้ให้เช่าซื้อบังคับการตามสัญญาฝ่ายเดียว และไม่ใช่สัญญาสัมปทานหรือสัญญาที่เกี่ยวกับบริการสาธารณะ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 118/2564ศาลจังหวัดนครนายกศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองกลางศาลผู้รับความเห็นนางสาว จ. กับพวกรวม 2 คนโจทก์กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. คดีนี้ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร ฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมของเกษตรกร ได้รับเงินส่วนหนึ่งจากทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้และเงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี และในกรณีกองทุนมีจำนวนเงินไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสำนักงานและค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม มาตรา ๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้รัฐพึงจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเข้าสมทบกองทุนเท่าจำนวนที่จำเป็น โดยมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันบัญญัติให้กองทุนไม่เป็นส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำเลย จึงมีลักษณะเป็นหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามนัยบทนิยาม "หน่วยงานทางปกครอง" ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่สัญญาพิพาทซึ่งเป็นสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สินประเภทที่ดินระหว่างนางสาว จ. โจทก์ที่ ๑ กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำเลย ซึ่งมีสาระสำคัญว่า โจทก์ที่ ๑ ในฐานะผู้เช่าซื้อได้ตกลงทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินกับจำเลยในฐานะผู้ให้เช่าซื้อในราคา ๙๙๙,๗๘๗.๖๗ บาท ตกลงชำระพร้อมค่าบริการในอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี ของค่าเช่าซื้อ โดยจะชำระให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา ๕ ปี เมื่อผู