ที่พิพาทซึ่งเดิมเป็นลำคลองสาธารณะที่ตื้นเขินตามธรรมชาติแล้ว ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ และโจทก์สามารถได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ได้
ลำคลองที่เป็นทางน้ำสาธารณะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 แม้ตื้นเขินตามธรรมชาติและไม่มีการใช้ประโยชน์แล้ว ก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินจนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพตาม ป.ที่ดิน มาตรา 8 วรรค 2 สาธารณสมบัติของแผ่นดินโอนแก่กันมิได้ และไม่อาจยกอายุความขึ้นต่อสู้แผ่นดินได้ตาม ป.พ.พ.
ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ที่พิพาทเดิมเป็นลำคลองลาวซึ่งเป็นทางน้ำสาธารณะ ตื้นเขินตามธรรมชาติไม่มีสภาพเป็นลำคลองประมาณ 30 ปี ไม่มีราษฎรใช้ประโยชน์ โจทก์เข้าทำกินตั้งแต่ พ.ศ. 2490 โดยมีสัญญาซื้อขายและแจ้งการครอบครอง แต่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่พิพาทจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2511นายกมล โพธิสุขโจทก์นายอรรถ วุฒิวัยวุฒิวัย ที่ 2ล. ป.พ.พ. ม. 1304, ม. 1305, ม. 1306, ม. 1309 ป.ที่ดิน ลำคลองอันเป็นทางน้ำที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาร่วมกัน เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 แม้ลำคลองนั้นได้ตื้นเขินขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่มีสภาพเป็นลำคลองมาประมาณ 30 ปีเศษ และไม่มีราษฎรได้ใช้ประโยชน์ก็ตาม แต่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพลำคลองนั้นจากการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 วรรค 2 และทางราชการยังถือเป็นที่หลวงหวงห้าม ลำคลองนั้นจึงยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จะโอนแก่กันมิได้ และจะยกอายุความขึ้นต่อสู้แผ่นดินก็ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305, 1306โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากผู้มีชื่อ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ แล้วครอบครองตลอดมาจนปัจจุบันนี้ด้วยความสงบเปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ ได้แจ้งการครอบครองและเสียภาษีที่ดิน ต่อมาจำเลยสั่งให้โจทก์ออกจากที่พิพาทอ้างว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งประชาชนใช้ร่วมกัน ขอให้มีคำสั่งว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นลำคลองลาวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยเป็นทางน้ำสำหรับพลเมืองใช้สัญจร บัดนี้ตื้นเขินเปลี่ยนสภาพเป็นที่ว่างเปล่า แต่ทางการสงวนไว้ใช้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ขอให้มีคำสั่งว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองเหนือที่พิพาท จำเลยไม่มีสิทธิห้าม แม้มีหลักฐานว่าโจทก์ขอสละสิทธิในการครอบครองที่พิพาท แต่โจทก์ยังครอบครองตลอดมา ถือไม่ได้ว่า โจทก์สละสิทธิครอบครองพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองเหนือที่พิพา