ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 58/2565

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งจำเลยเป็นนายทหารประทวนประจำการ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารหรือศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 เว้นแต่กรณีที่ผู้กระทำผิดกระทำผิดด้วยกันกับพลเรือนตามมาตรา 14 (1) หรือเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือนตามมาตรา 14 (2) ซึ่งจะอยู่ในอำนาจข

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลทหารตามมาตรา 13 และ 16 (3) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นนายทหารประทวนประจำการ ถูกฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยฟ้องมิได้บรรยายว่าจำเลยกระทำผิดด้วยกันกับพลเรือน ต่อมาปรากฏว่าผู้ตายซึ่งเป็นพลเรือนมีส่วนประมาท แต่พนักงานอัยการมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีแก่ผู้ตายเนื่องจากถึงแก่ความตาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก
  • มาตรา ๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา
  • มาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร
  • มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 58/2565ศาลมณฑลทหารบกที่ 25ศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดศรีสะเกษศาลผู้รับความเห็นอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 25โจทก์จ่าโท อ.จำเลย พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ป.อ. ป.พ.พ. พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 คดีที่ อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๕ โจทก์ ยื่นฟ้อง จ่าโท อ. จำเลย ต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๕ เป็นคดีอาญาฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖)พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔ ระหว่างพิจารณาศาลมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และให้ไต่สวนร้อยตำรวจเอก ป. พนักงานสอบสวนในคดีนี้ ร้อยตำรวจเอก ป. มีความเห็นว่าคดีนี้เกิดจากความประมาทของทั้งสองฝ่ายและสรุปสำนวนการสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้องจำเลยในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทรัพย์สินเสียหาย และส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๕ ดำเนินคดี กับเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ตายเนื่องจากสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป และได้แยกสำนวนการสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีเนื่องจากผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย เห็นว่า พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๓ บัญญัติว่า ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทำผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายอื่นในทางอาญาในคดีซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิดจากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายในการที่ให้มีศาลทหารแยกต่างหากจากศาลพลเรือนก็เพื่อให้บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารที่