ฎีกาที่ คำวินิจฉัย(คำสั่ง)ที่ 13/2565

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ไม่รับฟ้องกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้ผู้ร้องชำระเงินนั้น เป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งก

หลักกฎหมาย

กรณีที่จะถือว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกันตามมาตรา 14 วรรคหนึ่ง จะต้องเป็นกรณีที่ศาลทั้งสองวินิจฉัยขัดแย้งกันในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี หากศาลหนึ่งมีคำสั่งไม่รับฟ้องเนื่องจากคดีไม่อยู่ในอำนาจศาล โดยยังไม่มีคำวินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดี ส่วนอีกศาลหนึ่งวินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดี ย่อมไ

คำวินิจฉัย

คำร้องของผู้ร้องไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง จึงให้ยกคำร้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับฟ้องของกรมที่ดินที่ยื่นฟ้องผู้ร้อง เนื่องจากคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ต่อมากรมที่ดินนำข้อเท็จจริงเดียวกันไปฟ้องผู้ร้องต่อศาลแขวงดอนเมืองซึ่งเป็นศาลยุติธรรม และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ผู้ร้องชำระเงิน ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่า

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัย(คำสั่ง)ที่ 13/2565นาง ฉ.ผู้ร้องคำสั่งศาลปกครองสูงสุดคู่กรณีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คู่กรณี พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 ข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ.2544 พระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้ามีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกันในคดีที่มีข้อเท็จจริงเป็นเรื่องเดียวกัน จนเป็นเหตุให้คู่ความไม่ได้รับการเยียวยาความเสียหายหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีความขัดแย้งในเรื่องฐานะหรือความสามารถของบุคคล คู่ความ หรือบุคคลซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเพื่อขอให้วินิจฉัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลดังกล่าวได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งที่ออกภายหลังถึงที่สุด" คดีนี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของกรมที่ดินที่ยื่นฟ้องผู้ร้องไว้พิจารณา เนื่องจากมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควรตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แม้ต่อมากรมที่ดินจะนำข้อเท็จจริงเดียวกันไปยื่นฟ้องผู้ร้องต่อศาลแขวงดอนเมืองซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ จนกระทั่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพ