ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 11/2565

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีระหว่างศาลปกครองกับศาลยุติธรรมในคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน

หลักกฎหมาย

เมื่อคดีมีประเด็นโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างเอกชน แม้จะฟ้องหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่เนื้อหาสำคัญเป็นการขอให้ศาลคุ้มครองและรับรองสิทธิในที่ดิน มิใช่การตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำของฝ่ายปกครอง คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องกรมที่ดินและเจ้าพนักงานที่ดินว่า ออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของโจทก์และมีคำสั่งออกโฉนดให้โจทก์เพียงบางส่วนโดยไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนโฉนดและคำสั่ง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์อ้างสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท และจำเลยที่ 3 คัดค้านว่าที่ดินพิพาทเป็นของตน ทำให้เกิดประเด็นโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างเอกชน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 11/2565ศาลจังหวัดพัทลุงศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองสงขลาศาลผู้รับความเห็นพลตำรวจตรีหญิง ส.โจทก์กรมที่ดิน กับพวกรวม 4 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องกรมที่ดิน จำเลยที่ ๑ และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพัทลุง สาขาควนขนุน จำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่า จำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ออกโฉนดที่ดินทับที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ของโจทก์ และมีคำสั่งสอบสวนเปรียบเทียบออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์เพียงบางส่วนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเฉพาะส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์ กับเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๔ และออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ตามคำขอ อันมีลักษณะเป็นการตั้งรูปเรื่องการฟ้องคดีเป็นคดีฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทและยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดิน จำเลยที่ ๓ ยื่นคำคัดค้านโดยอ้างว่า โจทก์นำรังวัดทับที่ดินมีโฉนดของจำเลยที่ ๓ จึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส. ๓ ก. ที่โจทก์อ้างว่าตนเป็นผู้มีสิทธิครอบครองหรือเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของจำเลยที่ ๓ ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน อันเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน ซึ่งจำเลย ที่ ๔ มีอำนาจตา