การปรับโครงสร้างเงินเดือนของนายจ้างที่ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถปรับขึ้นเงินเดือนในอนาคต ถือเป็นการทำให้ลูกจ้างเสียเปรียบหรือได้รับความเสียหายหรือไม่
นายจ้างมีอำนาจบริหารจัดการในการปรับโครงสร้างเงินเดือนและย้ายพนักงาน แต่ต้องไม่ทำให้ลูกจ้างได้รับความเสียหายหรือเสียเปรียบ การทำให้ลูกจ้างขาดโอกาสปรับขึ้นเงินเดือนในอนาคต แม้ไม่ลดเงินเดือนปัจจุบัน ก็ถือเป็นความเสียหายได้
ศาลฎีกาเห็นว่าการปรับโครงสร้างเงินเดือนของจำเลยทำให้โจทก์เสียเปรียบและได้รับความเสียหาย แต่ปัญหาความเสียหายเป็นข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่มีอำนาจวินิจฉัย จึงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงต่อไป
โจทก์เริ่มทำงานตำแหน่งบรรณารักษ์ ระดับ 4 วุฒิปริญญาตรี ต่อมาถูกย้ายเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ ระดับ 4 เมื่อจำเลยปรับโครงสร้างเงินเดือนตามค่างาน กลับปรับลดระดับโจทก์เป็นระดับ 2 ซึ่งคุณสมบัติระดับ 2 ต้องมีวุฒิ ปวส. หรือมัธยม ทำให้เงินเดือนโจทก์ 22,960 บาท สูงกว่าเพดานระดับ 2 (17,600 บาท) โจทก์จึงไม่ได้รับก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2960/2565นางสาว จ.โจทก์มหาวิทยาลัย ห.จำเลย พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 การปรับโครงสร้างเงินเดือนของจำเลยก็ดี การย้ายโจทก์ให้ไปทำงานในตำแหน่งอื่นก็ดี เป็นอำนาจการบริหารจัดการของจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างที่มีอำนาจกระทำได้ แต่ต้องไม่ทำให้ลูกจ้างได้รับความเสียหายหรือเสียเปรียบ โจทก์เริ่มเข้าทำงานตำแหน่งบรรณารักษ์ ระดับ 4 วุฒิการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ ขณะที่จำเลยเปลี่ยนโครงสร้างเงินเดือนปี 2551 โจทก์ทำงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ ระดับ 4 สังกัดแผนกบำรุงรักษาสวน กองอาคารสถานที่ ถูกปรับให้อยู่ในตำแหน่งเดิมคือเจ้าหน้าที่ธุรการกองอาคารสถานที่ แต่ปรับลดระดับให้อยู่ในโครงสร้างเงินเดือนระดับ 2 ซึ่งคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในระดับ 2 นั้น ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือมัธยมมีประสบการณ์ ฐานเงินเดือนขั้นต่ำของระดับ คือ 7,700 บาท เงินเดือนขั้นสูงสุด 17,600 บาท และขณะจำเลยปรับโจทก์ให้อยู่ในระดับ 2 โจทก์ได้รับเงินเดือน เดือนละ 22,960 บาท สูงกว่าเพดานเงินเดือนของโครงสร้างเงินเดือนระดับ 2 (ใหม่) การที่จำเลยย้ายโจทก์ไปทำงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ กองอาคารสถานที่ เมื่อจำเลยปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือน จำเลยตีค่างานดังกล่าวอยู่ในระดับ 2 แล้วจำเลยปรับโครงสร้างเงินเดือนใหม่ โดยให้โจทก์อยู่ในระดับ 2 โดยโครงสร้างเงินเดือนของโจทก์เกินเพดานระดับ 2 ถึง 5,360 บาท แม้จำเลยจะมิได้ปรับลดเงินเดือนของโจทก์หรือทำให้เงินเดือนของโจทก์ลดลง แต่ย่อมเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทำให้โจทก์ไม่มีโอกาสได้ปรับขึ้นเงินเดือนในอนาคตอย่างแน่แท้ เว้นแต่จำเลยจะปรับฐานเงินเดือนขั้นสูงสุดให้สูงกว่าเงินเดือนที่โจทก์ได้รับอยู่