การนับระยะเวลาครอบครองปรปักษ์รวมกับของบิดามารดา และผลของการไม่แจ้งการครอบครองหรือเสียภาษีต่อสิทธิครอบครอง
นางรอดทำนาที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของบิดามารดาจำเลย จึงนับเวลาที่บิดามารดาครอบครองรวมกับเวลาที่จำเลยครอบครองภายหลังได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1385 แม้จำเลยไม่ได้แจ้งการครอบครองหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่ ก็ไม่ทำให้สิทธิครอบครองของจำเลยเสียไป แม้โจทก์ซื้อที่พิพาทโดยสุจริตและจดทะเบียนโดยสุจริต ก็ยกเหตุที่จำเลยมิได
จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปี ได้กรรมสิทธิ์ พิพากษายืน
บิดามารดาจำเลยครอบครองที่พิพาทมากว่า 40 ปี แล้วโอนให้จำเลย นางรอดทำนาที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของบิดามารดาจำเลย มิใช่เป็นการแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ จำเลยไม่ได้แจ้งการครอบครองหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่พิพาท โจทก์ซื้อที่พิพาทโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1295/2510นางวัน ภู่หนู โดยนายแว่ว ภู่หนู ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายแผ้ว จาดโตจำเลย ป.พ.พ. ม. 1299, ม. 1368, ม. 1382, ม. 1385 ป.ที่ดิน ป.รัษฎากร บุตรรับโอนที่ดินมาจากบิดามารดา ในระหว่างที่บิดามารดาครอบครอง ได้แลกทำนาที่นาโอนนั้นกับที่นาของบุคคลภายนอก โดยไม่ใช่เป็นการแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ ดังนี้ ถือว่าบุคคลภายนอกทำนาที่นาที่โอนนั้นโดยอาศัยสิทธิของบิดามารดา เท่ากับบิดามารดาเป็นผู้ครอบครอง ย่อมนับเวลานั้นเข้ากับเวลาครอบครองของบุตรผู้รับโอนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1385 แม้จะไม่ได้แจ้งการครอบครองหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ดินที่ครอบครองปรปักษ์ก็ไม่ทำให้สิทธิครอบครองของผู้ครอบครองปรปักษ์เสียไป ผู้ซื้อที่ดินโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ถูกแย่งการครอบครองเกินกว่า 10 ปี จะยกเหตุที่ผู้ครอบครองปกปักษ์ไม่ได้จดทะเบียนสิทธิขึ้นกล่าวอ้างหาได้ไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ ขอให้ห้ามไม่ให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาท และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย แม้ที่พิพาทจะอยู่ในโฉนดของโจทก์ก็เป็นของจำเลยโดยการครอบครอง และหากเป็นการละเมิด ก็ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมากว่า ๑๐ ปีได้กรรมสิทธิ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บิดามารดาจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมาเป็นเวลากว่า ๔๐ ปี ต่อมาได้โอนให้แก่จำเลย แม้จะได้ความว่านางรอดกับบิดามารดาจำเลยแลกที่พิพาทกับที่ดินนางรอดทำนาก็เพื่อความสะดวก มิใช่เป็นการแลกเปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์ นางรอดทำนาที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของบิดามารดาจำเลย จึงนับเวลาที่บิดามารดาค