ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2534

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับสารภาพในคดีส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา และการลงโทษปรับในความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

หลักกฎหมาย

การรับสารภาพในคดีส่วนอาญาไม่มีผลเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงในคดีส่วนแพ่ง จำเลยต้องรับผิดในคดีส่วนแพ่งตามกฎหมายในทางแพ่งและความเสียหายที่จำเลยก่อขึ้นจริง ส่วนความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทต้องลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด การลงโทษปรับตามบทที่มีโทษเบากว่าเป็นการไม่ชอบ

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องคืนเงิน 200 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย และการลงโทษปรับตามมาตรา 72 วรรคสามเป็นการไม่ชอบ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยให้การรับสารภาพในคดีอาญาฐานชิงทรัพย์ แต่ในคดีส่วนแพ่ง ศาลฎีกาพิจารณาจากพยานหลักฐานอื่นว่าจำเลยกับพวกค้นเอาเงิน 200 บาท ของผู้ตายจากกระจาดเก็บเงิน จึงต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้ผู้เสียหาย นอกจากนี้ จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ศาลชั้นต้นล

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2534พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลกโจทก์นายมนัสหรือนัด คำนันหรือกันยาประสิทธิ์จำเลย ป.อ. ม. 90 ป.วิ.อ. ม. 47 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม. 7, ม. 72 วรรคสอง, สามโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ ขอให้ลงโทษจำเลยกับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหาย เฉพาะคดีส่วนแพ่งในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานี้ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ตามฟ้องโจทก์ ก็เป็นการรับสารภาพในคดีส่วนอาญาเท่านั้น หาได้มีผลเป็นการยอมรับว่าจำเลยได้เอาเงินจำนวน 9,100 บาท ของผู้ตายอันเป็นข้อเท็จจริงในคดีส่วนแพ่งด้วยไม่ จำเลยจะต้องรับผิดในคดีส่วนแพ่งมากน้อยเพียงใดนั้นก็ต้องพิจารณาตามกฎหมายในทางแพ่งและความเสียหายที่จำเลยก่อขึ้นจริง เมื่อปรากฏตามบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและบันทึกการชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพว่าจำเลยกับพวกค้นเอาเงิน200 บาท ของผู้ตายจากกระจาดเก็บเงินไปเช่นนี้ จำเลยจึงต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้เสียหาย โทษจำคุก 6 เดือน เมื่อลดโทษหนึ่งในสามแล้ว คงเหลือโทษจำคุก 4 เดือนมิใช่ 3 เดือน และเมื่อจำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 7, 72 วรรคสอง และวรรคสาม เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท โทษตามมาตรา 72 วรรคสอง มีโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ถือว่าเป็นบทที่มีโทษหนักกว่ามาตรา 72 วรรคสาม ที่มีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท การลงโทษปรับตามมาตรา 72 วรรคสาม ที่มีโทษเบากว่าจึงเป็นการไม่ชอบ(เสริมพง