ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4473/2533

ประเด็นกฎหมาย

การขายที่ดินที่รับซื้อฝากไว้โดยมิได้มีเจตนาค้าหากำไร และขายให้แก่ญาติของผู้ขายฝากในราคาทุนเนื่องจากความสงสาร ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรื

หลักกฎหมาย

ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด 4 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์จะต้องเสียภาษีการค้าก็ต่อเมื่อเป็นรายรับที่ได้มาจากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรเท่านั้น

คำวินิจฉัย

การขายที่ดินของโจทก์มิใช่เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้า พิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินที่โจทก์รับซื้อฝากไว้ไม่มีทางรถยนต์เข้าถึง เนื้อที่เพียง 1 ไร่ 74 ตารางวา มีบ้านผู้อื่นปลูกอยู่ก่อนแล้วหลายหลัง ตั้งอยู่ใกล้สุเหร่าซึ่งมิใช่ทำเลการค้า โจทก์มิใช่ผู้มีอาชีพค้าที่ดิน รับซื้อฝากโดยประสงค์จะได้ดอกเบี้ยเท่านั้น ขายที่ดินภายหลังได้กรรมสิทธิ์ 6-7 ปี โดยมิได้ปรับปรุงที่ดิน ขายให้แก่ญา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4473/2533นางปราณีต วีรพันธุ์โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 ที่ดินที่โจทก์รับซื้อฝากไว้ไม่มีทางรถยนต์เข้าถึง เนื้อที่เพียง 1 ไร่ 74 ตารางวามีบ้านที่ผู้อื่นปลูกอยู่ก่อนแล้วหลายหลัง ตั้งอยู่ใกล้สุเหร่าซึ่งมิใช่ทำเลการค้า และโจทก์มิใช่บุคคลผู้มีอาชีพค้าขายที่ดิน พฤติการณ์ที่โจทก์รับซื้อฝากที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ก็น่าเชื่อว่าประสงค์จะได้ดอกเบี้ยเท่านั้นและโจทก์ขายที่ดินแปลงนี้ภายหลังจากที่โจทก์ได้กรรมสิทธิ์มาแล้วถึง 6 - 7 ปี โดยมิได้ทำการปรับปรุงที่ดิน อีกทั้งเป็นการขายให้แก่ญาติของผู้ขายฝากที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในที่ดินแปลงนั้นในราคาเท่าที่ซื้อฝากไว้เพราะความสงสารที่เป็นคนยากจน ย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรอันจะต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด 4 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด 4 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์จะต้องเสียภาษีการค้าก็ต่อเมื่อเป็นรายรับที่ได้มาจากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรเท่านั้น เมื่อการขายที่ดินของโจทก์มิใช่เป็นทางค้าหรือหากำไร โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีหนังสือแจ้งภาษีการค้าสั่งให้โจทก์นำเงินภาษีการค้าประเภทที่ ๑๑ แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าสำหรับเดือนมกราคม ๒๕๒๖ รวมทั้งเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม จำนวน๒๐,๐๗๓ บาท ไปชำระให้จำเลยที่ ๑ โดยอ้างว่าโจทก์ประกอบกิจการค้าอสังหาริมทรัพย์และไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี ซึ่งโจทก์ไม่เห็นด้วยกับการตรวจสอบและการประเมินดังกล่าว จึงได้อุทธรณ์การ