การฝึกซ้อมกีฬาที่นายจ้างกำหนดให้เป็นการปฏิบัติงาน ถือเป็นการทำงานให้นายจ้างหรือไม่ และค่าพาหนะเดินทางไปรักษาพยาบาลเป็นค่ารักษาพยาบาลตามกฎหมายหรือไม่
การฝึกซ้อมกีฬาที่นายจ้างมีคำสั่งหรือระเบียบให้ถือเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร ย่อมถือเป็นการทำงานให้นายจ้าง แม้จะอยู่นอกเวลาทำงานปกติก็ตาม การกำหนดประเภทกิจการของนายจ้างมีไว้เพื่อเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนเท่านั้น ไม่จำกัดสิทธิลูกจ้างที่ประสบอันตรายจากการทำงานอื่นนอกเหนือจากกิจการหลัก ค่าพาหนะเด
โจทก์มีสิทธิได้รับเงินทดแทน รวมทั้งค่าพาหนะจำนวน 6,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ (รวมเงินทดแทนที่จำเลยต้องจ่ายเป็นเงิน 17,074 บาท)
โจทก์เป็นลูกจ้างธนาคาร ทำหน้าที่พนักงานสินเชื่อ ผู้จัดการสาขามีคำสั่งให้พนักงานฝึกซ้อมกีฬาโดยถือเป็นการปฏิบัติงาน และธนาคารมีระเบียบกำหนดให้การฝึกซ้อมกีฬาเป็นการปฏิบัติงาน โจทก์ฝึกซ้อมบาสเกตบอลและประสบอันตรายขณะฝึกซ้อมเวลา 18 นาฬิกา โจทก์ต้องเสียค่าพาหนะเดินทางจากโรงพยาบาลวิรัชศิลป์ไปโรงพยาบาลมิชชั่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5024/2533นายนิคม แก้วถาวรโจทก์กรมแรงงานจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม. 2, ม. 48 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน และการอุทธรณ์ โจทก์เป็นลูกจ้างของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทำหน้าที่เป็นพนักงานสินเชื่อประจำสาขาจังหวัดชุมพร เมื่อผู้จัดการสาขาชุมพร อนุญาตให้พนักงานธนาคารฝึกซ้อมกีฬาโดยถือเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร และตามระเบียบของธนาคารฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคารยังกำหนดว่าการฝึกซ้อมกีฬาและการแข่งขันกีฬาให้ถือเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร โจทก์ประสบอันตรายขณะฝึกซ้อมกีฬา จึงถือเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง นายจ้างต้องจ่ายเงินทดแทนให้โจทก์ การกำหนดประเภทกิจการของนายจ้างก็เพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบ การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ (ฉบับที่ 2 ) ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2517เท่านั้น หาใช่เป็นการจำกัดว่าลูกจ้างจะต้องประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานตามประเภทของกิจการของนายจ้างจึงจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนไม่ โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้พอให้เข้าใจแล้วว่า ค่าพาหนะเดินทางจากโรงพยาบาลวิรัชศิลป์ไปโรงพยาบาลมิชชั่นที่โจทก์ต้องเสียไปคือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจ การรักษา การพยาบาลและการอื่นที่จำเป็นอันเป็นค่ารักษาพยาบาลตามกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธว่าค่าพาหนะตามที่โจทก์ฟ้องไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาล โจทก์ไม่ต้องใช้รถพยาบาล ค่าพาหนะตามคำฟ้องจึงเป็นค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นส่วนหน