ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 63/2565

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลว่าคดีพิพาทระหว่างพนักงานรัฐวิสาหกิจกับรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับคำสั่งลงโทษทางวินัยให้ออกจากงานอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาข

หลักกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และคดีอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่างลูกจ้างและนายจ้างสืบเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (1) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม แ

คำวินิจฉัย

คดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ศาลแรงงาน) มิใช่ศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นอดีตลูกจ้างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ถูกจำเลยที่ 1 มีคำสั่งลงโทษทางวินัยให้ออกตามที่ ป.ป.ช. ชี้มูล ต่อมามีคำสั่งยกโทษ แต่ภายหลังจำเลยที่ 1 เพิกถอนคำสั่งยกโทษและยืนโทษให้ออก โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและเรียกค่าจ้างกับค่าเสียหาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 63/2565ศาลแรงงานภาค 3ศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองนครราชสีมาศาลผู้รับความเห็นนาย อ.โจทก์องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ที่ 1 กับพวกรวม 9 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พ.ศ.2499 คดีที่ อดีตลูกจ้างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ยื่นฟ้ององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำเลยที่ ๑ ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำเลยที่ ๒ รองผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำเลยที่ ๓ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จำเลยที่ ๔ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๙ ว่า โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งที่ ๘๗/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ ลงโทษทางวินัยแก่โจทก์ในสถานให้ออก ตามที่จำเลยที่ ๔ มีมติ ชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัยอย่างร้ายแรงแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๙ มีมติให้ยกโทษแก่โจทก์โดยเห็นว่าโจทก์มิได้มีความผิดตามที่จำเลยที่ ๔ ชี้มูล จำเลยที่ ๑ จึงมีคำสั่งที่ ๒๐๓/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ให้ยกโทษแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ ๔ มีหนังสือแจ้งว่า เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ให้จำเลยที่ ๑ พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้ถูกต้องเหมาะสมต่อไป จำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๙ จึงเสนอความเห็นว่า ควรดำเนินการตามหนังสือของจำเลยที่ ๔ จากนั้นจำเลยที่ ๑ จึงมีคำสั่งที่ ๑๖๒/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เพิกถอนคำสั่งที่ ๒๐๓/๒๕๖๓ ที่ให้ยกโทษทางวินัยแก่โจทก์