ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4184/2565

ประเด็นกฎหมาย

ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการในสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดที่บังคับให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสถานเดียว โดยไม่ให้สิทธิเลือกทางศาล เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรร

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 เป็นกฎหมายเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการต้องเกิดจากความสมัครใจอย่างแท้จริงของผู้บริโภค ข้อสัญญาที่บังคับให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสถานเดียว โดยไม่ให้สิทธิเลือกทางศาล เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

คำวินิจฉัย

ให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจ สัญญามีข้อกำหนดข้อ 10.4 ให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสถานเดียว โดยไม่ให้สิทธิเลือกทางศาล ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดีตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4184/2565นาย อ.โจทก์บริษัท ร.จำเลย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม. 4 วรรคสาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ม. 11, ม. 14 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 ม. 6/2 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ออกใช้บังคับแก่คดีผู้บริโภคภายใต้หลักการให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม เป็นบทกฎหมายที่กำหนดวิธีการระงับข้อพิพาทในคดีผู้บริโภคไว้โดยเฉพาะเพื่อให้ความคุ้มครองผู้บริโภคตามเจตนารมณ์ของกฎหมายให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ ส่วนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการทางอนุญาโตตุลาการ แม้จะเป็นวิธีการที่คู่สัญญาอาจเลือกใช้ในการระงับข้อพิพาทและมีผลใช้บังคับกันได้ตามข้อตกลงของคู่สัญญาตามหลักเสรีภาพของการแสดงเจตนา แต่ก็ต้องเป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นด้วยความสมัครใจของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ผู้บริโภคต้องมีโอกาสต่อรองหรือตระหนักดีว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการซึ่งกล่าวเฉพาะคดีนี้ต้องบังคับตามข้อบังคับ สำนักงานศาลยุติธรรมว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติแตกต่างจากบทบัญญัติของ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 หลายประการ ซึ่งโดยรวมแล้วอาจเป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้บริโภคที่พึงมี แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการลดทอนสิทธิที่ผู้บริโภคพึงได้รับตามบทบัญญัติ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 อยู่มาก โดยที่สัญญาระหว่างโจทก์กับจําเลยเป็นสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดซึ่งต้องอยู่ในบังคับ พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 6/2 กล่าวคือ แบบของสัญญาต้องเป็นไปตามที่รัฐมนตรีกำหนด การที่จําเลยผู้ประกอบธุรกิจจัดทำสัญญาเป็นแบบมาตรฐานให้ผู้บริโภคที่จะซื