ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2534

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวง ต้องถือราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงใช้บังคับ ตามประกาศของคณะ

หลักกฎหมาย

การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงต้องอยู่ภายใต้บังคับประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ซึ่งข้อ 76 (2) กำหนดให้เงินค่าทดแทนเท่าราคาทรัพย์สินตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงใช้บังคับ ไม่ใช่ตามวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 23 ซึ่งหมดอายุแล้ว และไม่ใช่ตามรา

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งสองใช้เงิน 182,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2524 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินโจทก์ถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก พ.ศ.2526 โดยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวง พ.ศ.2524 มีผลใช้บังคับวันที่ 20 ธันวาคม 2524 คณะกรรมการเวนคืนกำหนดค่าทดแทนโดยถือราคาตลาดในปี 2514 ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 23 ซึ่งหมดอายุแล้ว และใช้ราคาตามบั

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2534นางสาวชูจิต วิตนากรโจทก์กรุงเทพมหานคร กับพวกจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 23 การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก ฯ เป็นการเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวง จึงต้องตกอยู่ในบังคับแห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 และการกำหนดค่าทดแทนจะต้องถือตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงดังกล่าวใช้บังคับ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 76 (2) ไม่ใช่ถือตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดในวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 23 ใช้บังคับ เพราะพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวออกมาใช้บังคับแทนประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 23 ซึ่งหมดอายุบังคับใช้ และมิได้ถือตามราคาที่ดินตามบัญชีกำหนดจำนวนราคาที่ดินตามราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโจทก์ฟ้องว่า ในการกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนให้แก่โจทก์ จำเลยไม่ได้ถือตามราคาที่ดินในวันที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงสายรัชดาภิเษก ฯ พ.ศ.๒๕๒๔ ใช้บังคับทำให้โจทก์ได้รับค่าทดแทนต่ำไป ขอให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนในส่วนที่ต่ำไปดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยได้กำหนดค่าทดแทนตามราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมซึ่งเป็นธรรมแก่โจทก์แล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยทั้งสองใช้เงิน ๑๘๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๒๔ จนกว่าจะชำระเสร็