ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน แม้คู่กรณีเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่หากข้อพิพาทเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ คดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีที่ 3 ขอให้ออกโฉนดที่ดิน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ไม่ออกโฉนดโดยอ้างว่าจะทับทางหลวงสุขาภิบาล ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของตนและทางหลวงสุขาภิบาลเพิ่งปรากฏเมื่อปี 2536 จึงรุกล้ำที่ดินของตน ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 ให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่เจ้าของเดิมอุทิศให้เป็นทางสาธารณ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 95/2566ศาลปกครองกลางศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดร้อยเอ็ดศาลผู้รับความเห็นนางสาว ด. ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนผู้ฟ้องคดีกรมที่ดิน ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีนี้ แม้กรมที่ดิน ที่ ๑ สำนักงานที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด สาขาสุวรรณภูมิ ที่ ๒ เทศบาลตำบลเมืองสรวง ที่ ๓ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด สาขาสุวรรณภูมิ ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีเป็นเรื่องที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามกล่าวอ้างว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ไม่ออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ ๓ โดยอ้างว่าหากออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ ๓ จะเป็นการออกโฉนดที่ดินทับทางหลวงสุขาภิบาลนั้น เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากที่ดินพิพาทตามที่ขอออกโฉนดที่ดินเป็นของผู้ฟ้องคดีที่ ๓ และเดิมไม่ปรากฏว่ามีทางหลวงสุขาภิบาลในที่ดินโฉนดแปลงข้างเคียง แต่เพิ่งมาปรากฏเมื่อมีการออกโฉนดที่ดินเมื่อปี ๒๕๓๖ จึงเป็นการกำหนดทางหลวงสุขาภิบาลรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ ๓ โดยผู้ฟ้องคดีที่ ๓ มีคำขอให้เพิกถอนทางหลวงสุขาภิบาลตามรูปแผนที่ของโฉนดที่ดินที่ทับที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ ๓ และขอให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ ๓ ตามเนื้อที่ที่ปรากฏใน น.ส. ๓ อันเป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษารับรองและคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ ๓ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่เจ้าของที่ดินเดิมได้อุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว ดังนี้ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็น