ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4713/2566

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4713/2566นาง ช.โจทก์พันตำรวจโทหญิงหรือนาง ผ.จำเลย ป.วิ.พ. ม. 357 วรรคหนึ่ง, ม. 357 วรรคสอง กรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลกำหนดให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษากระทำนิติกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งอาจถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 357 วรรคหนึ่ง นั้น เมื่อปรากฏว่าการบังคับคดีดังกล่าวจะสำเร็จบริบูรณ์ต่อเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการในโฉนดที่ดิน โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธิขอให้ศาลสั่งให้ดำเนินการจดทะเบียนให้ได้ ศาลจึงชอบที่จะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินเพิกถอนรายการจดทะเบียนการให้ระหว่างโจทก์กับจำเลยและให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวคืนแก่โจทก์ โดยเจ้าพนักงานที่ดินมีหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนไปตามคำสั่งศาลตามมาตรา 357 วรรคสอง คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอถอนคืนการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 17101 เนื้อที่ 6 ไร่ 85 ตารางวา ระหว่างโจทก์ผู้ให้กับจำเลยผู้รับให้ และให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าวอีกต่อไป หากจำเลยขัดขืนไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินคืนเป็นของโจทก์แต่เพียงผู้เดียว ต่อมาวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอม โดยโจทก์กับจำเลยตกลงกันว่า "ข้อ 1. จำเลยยอมแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 17101 ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง เป็นเนื้อที่ 3 ไร่ 42 15 ตารางวา และชำระเงินค่าเลี้ยงดูให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 2,500 บาท โดยเริ่มชำระเดือนแรกภายในวันที่ 1