ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองและศาลแรงงานในคดีพิพาทเกี่ยวกับคำสั่งลงโทษทางวินัยและปลดออกจากพนักงานรัฐวิสาหกิจ
ข้อพิพาทระหว่างพนักงานรัฐวิสาหกิจกับรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นนายจ้างเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และมูลละเมิดสืบเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานหรือเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงาน อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (1) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศา
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นพนักงานของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ถูกคำสั่งลงโทษทางวินัยและปลดออกจากการเป็นพนักงาน โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและเรียกค่าจ้าง ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิด และคืนสิทธิหลังเกษียณอายุ นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยในขณะมีคำสั่งปลดเป็นลูกจ้างกับนายจ้าง โดยสภาพการจ้างงานเป็นไปต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 86/2566ศาลแรงงานภาค 5ศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองเชียงใหม่ศาลผู้รับความเห็นนาย ป. หรือ ภ.โจทก์การกีฬาแห่งประเทศไทยจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 คดีนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย จำเลย เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๖ จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ส่วนโจทก์เป็นพนักงาน สังกัดจำเลย แม้ตามคำฟ้องคดีนี้โจทก์ฟ้องโดยอ้างว่า คำสั่งลงโทษทางวินัยโจทก์และปลดโจทก์ออกจากการเป็นพนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งและจ่ายค่าจ้าง ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิด กับคืนสิทธิต่าง ๆ ของโจทก์ที่ควรได้รับหลังเกษียณอายุ แต่เนื่องจากนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยในขณะมีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากการเป็นพนักงานนั้น อยู่ในฐานะเป็นลูกจ้างกับนายจ้างโดยสภาพการจ้างงานเป็นไปตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ และข้อบังคับของจำเลย ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานรัฐวิสาหกิจและรัฐวิสาหกิจที่เป็นนายจ้าง ดังนี้ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และเป็นคดีอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่างลูกจ้างและนายจ้างสืบเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานหรือเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงาน ตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเข้าข้อยกเว้น