ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 104/2566

ประเด็นกฎหมาย

ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

การวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดหรือไม่ เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หากที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การก่อสร้างถนนก็เป็นการละเมิด แต่หากเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทาง

คำวินิจฉัย

ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีทั้งสามฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีโดยอ้างเหตุว่ากระทำละเมิดก่อสร้างถนนรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสาม ทำให้ได้รับความเสียหาย ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่าที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดีทั้งสามอยู่ในเขตถนนชนเกษม ปัจจุบันมีสภาพเป็นถนนและทางเท้า ที่ดินพิพาทจึงเป็นทางสาธารณประโยชน์ ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กระทำละเมิด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 104/2566ศาลปกครองกลางศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีศาลผู้รับความเห็นนางสาว ภ. หรือ ส. วัชรพงศ์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนผู้ฟ้องคดีเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. แม้เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยาม ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงทางบกและทางน้ำ ตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีโดยอ้างเหตุว่ากระทำละเมิดก่อสร้างถนนรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสาม ทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสามได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดีทั้งสามอยู่ในเขตถนนชนเกษม ปัจจุบันมีสภาพเป็นถนนและทางเท้า ที่ดินพิพาทจึงเป็นทางสาธารณประโยชน์ ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กระทำละเมิดก่อสร้างถนนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสาม ดังนั้น การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสามหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีทั้งสาม การก่อสร้างถนนของผู้ถูกฟ้องคดีก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสาม แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีแล้ว จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ