สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารพักอาศัยพร้อมระบบสาธารณูปโภคระหว่างเอกชนกับกองทัพเรือ เป็นสัญญาทางปกครองหรือสัญญาทางแพ่ง และอยู่ในอำนาจศาลใด
สัญญาทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ต้องมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารพักอาศัยเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยของข้าราชการและเจ้าหน้าที่เท่านั้
ข้อพิพาทในคดีนี้ไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารพักอาศัยพร้อมระบบสาธารณูปโภคเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานอู่ตะเภา ประกอบด้วยอาคารพักนายนาวา S.O.Q ขนาด 16 ครอบครัว 1 หลัง และอาคารพักนายทหารประทวน ขนาด 32 ครอบครัว 2 หลัง เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยของข้าราชการและเจ้าหน้าที่เท่านั้น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 16/2566ศาลปกครองกลางศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดระยองศาลผู้รับความเห็นบริษัท ท. จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนผู้ฟ้องคดีกองทัพเรือ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารพักอาศัยพร้อมระบบสาธารณูปโภคเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยาน อู่ตะเภาระหว่างผู้ฟ้องคดีทั้งสาม ซึ่งเป็นเอกชน และกองทัพเรือ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่เมื่อพิจารณาลักษณะของสัญญาพิพาทเป็นสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารพักอาศัยพร้อมระบบสาธารณูปโภคเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งประกอบด้วยอาคารพักนายนาวา S.O.Q ขนาด 16 ครอบครัว 1 หลัง และอาคารพักนายทหารประทวน ขนาด 32 ครอบครัว 2 หลัง เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยของข้าราชการและเจ้าหน้าที่เท่านั้น สัญญาดังกล่าวมิได้มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตามนัยบทนิยาม "สัญญาทางปกครอง" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารพักอาศัยพร้อมระบบสาธารณูปโภคเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานอู่ตะเภาระหว่างผู้ฟ้องคดีทั้งสามและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงเป็นเพียงสัญญาทางแพ่งของหน่วยงานทางปกครอง ข้อพิพาทในคดีนี้จึงไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง หากแต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพ