การเสนอเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยกรณีเขตอำนาจศาลขัดแย้งกัน ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรา 10 วรรคหนึ่งและวรรคสาม แห
การโต้แย้งเขตอำนาจศาลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มี 2 กรณี คือ (1) คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อศาลที่รับฟ้องตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง และ (2) ศาลเห็นเองตามมาตรา 10 วรรคสาม หากไม่เป็นไปตามรูปแบบและเงื่อนไขดังกล่าว คณะกรรมการไม่รับวินิจฉัยและให
คณะกรรมการไม่รับวินิจฉัย และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบความ เนื่องจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรา 10 วรรคหนึ่งและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542
จำเลยที่ 2 โต้แย้งเขตอำนาจศาลในคำให้การและแถลงด้วยวาจาว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง แต่ไม่ได้ยื่นคำร้องเป็นหนังสือ ต่อมาศาลจังหวัดสมุทรปราการทำความเห็นว่าคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลยุติธรรม ส่วนศาลปกครองกลางเห็นว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลยุติธรรมที่รับฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัย(คำสั่ง)ที่ 30/2566ศาลจังหวัดสมุทรปราการศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองกลางศาลผู้รับความเห็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ.โจทก์บริษัท ศ. จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 5 คนจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 ข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ.2544 การโต้แย้งเขตอำนาจศาลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มี 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องเห็นว่า คดีดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจของอีกศาลหนึ่งตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติให้ "คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องยื่นคำร้องต่อศาลที่รับฟ้องก่อนวันสืบพยานสำหรับศาลยุติธรรมหรือศาลทหาร หรือภายในกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การหรือก่อนพ้นระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ยื่นคำให้การเป็นอย่างช้าสำหรับศาลปกครองหรือศาลอื่นในการนี้ ศาลที่รับฟ้องอาจรอการพิจารณา ไว้ชั่วคราวก็ได้ และให้จัดทำความเห็นส่งไปให้ศาลที่คู่ความร้องว่า คดีนั้นอยู่ในเขตอำนาจโดยเร็ว..." กับกรณีที่ศาลเห็นเองว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลตนตามมาตรา 10 วรรคสาม ซึ่งบัญญัติให้นำความในมาตรานี้ ใช้บังคับกับกรณีที่ศาลเห็นเอง ก่อนมีคำพิพากษาโดยอนุโลม เมื่อคดีนี้ จำเลยที่ 2 โต้แย้งเขตอำนาจศาลมาในคำให้การ และข้อเท็จจริงตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ทนายจำเลยที่ 2 แถลงว่า คดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องได้ยื่นคำร้องเป็นหนังสือโต้แย้งเขตอำนาจศาลยุติธรรมต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ กรณี จึงไม่เป็นไปตามรูปแบบและเงื่อนไขที่พระราชบัญญัติว่าด้วย การวินิจฉัย