ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4907/2537

ประเด็นกฎหมาย

คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา จึงไม่อยู่ในฐานะที่ถูกฟ้องร้องได้ และเมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอ

หลักกฎหมาย

คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา จึงไม่อยู่ในฐานะที่ถูกฟ้องร้องได้ และปัญหาอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินให้จำเลยที่ 2-4 เช่าทำนา ต่อมาจำเลยที่ 2-4 ทำนาปรังนอกเหนือจากการทำนาปี โจทก์จึงเรียกค่าเช่าเพิ่ม โดยยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล ซึ่งมีมติให้โจทก์เรียกค่าเช่านาปรังได้แต่รวมกับค่าเช่านาปีแล้วไม่เกินไร่ละ 8 ถังต่อปี โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการเช่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4907/2537นาย เลอเดช เจษฎาฉัตรโจทก์คณะกรรมการ การเช่าที่ดิน เพื่อ เกษตรกรรม ประจำจำเลยจังหวัด ฉะเชิงเทรา กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 1 (11), ม. 55 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งได้ให้จำเลยที่ 2ถึงที่ 4 เช่าทำนา ต่อมาโจทก์เรียกค่าเช่านาเพิ่ม โดยได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล แต่โจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการดังกล่าว โจทก์จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด จำเลยที่ 1แต่จำเลยที่ 1 มีมติยืนตาม จึงขอให้เพิกถอนมติของจำเลยที่ 1 และบังคับให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ชำระค่าเช่านาที่เพิ่ม ดังนี้เมื่อพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 บัญญัติแต่เพียงว่าคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล(คชก.ตำบล) ก็ดี คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด(คชก. จังหวัด) ก็ดี ประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง แต่หาได้มีกฎหมายบัญญัติรับรองให้คณะกรรมการดังกล่าวมีสภาพเป็นนิติบุคคล หรือเป็นบุคคลธรรมดาแต่อย่างใดไม่ จำเลยที่ 1 จึงไม่อยู่ในฐานะที่ถูกฟ้องร้องได้ และปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และการที่จะขอให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ชำระค่าเช่าที่นาเพิ่มได้ก็ต่อเมื่อมีการเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดก่อน เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้ชำระค่าเช่านาที่เพิ่มได้โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 488 และได้ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เช่าทำ