สัญญาประนีประนอมยอมความในเรื่องการแบ่งมรดกที่ผู้รับมรดกร่วมกันยินยอมให้ฝ่ายหนึ่งปกครองที่ดินมรดกมาฝ่ายเดียวเกินกว่า 10 ปี ไม่ถือเป็นสัญญาที่ขัดต่อความ
สัญญาประนีประนอมยอมความในเรื่องการแบ่งมรดกไม่ถือว่าเป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สิทธิในการรับมรดกอาจสละกันได้ เมื่อโจทก์ยินยอมให้ฝ่ายจำเลยเป็นเจ้าของปกครองมาฝ่ายเดียว ฝ่ายจำเลยก็เป็นเจ้าของได้
พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ตามศาลอุทธรณ์
บิดาโจทก์ถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. 2459 ท. (บิดาพวกจำเลย) ได้โอนใส่ชื่อตนเป็นผู้รับมรดกในโฉนดที่ดิน 2 แปลง ต่อมามารดาโจทก์กับ ท. ทำสัญญากันโดยมารดาโจทก์ยอมรับเงิน 1,100 บาท และไม่ขอเกี่ยวข้องกับมรดกอีก โจทก์ยินยอมให้ ท. ครอบครองที่ดินมาเกือบ 20 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1267/2480นายบัวพาน นานสำราญโจทก์นายคั่ง นางมน นางพั้ว นางตั้ว นางพันล. ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ม. 113 851ทำสัญญาปราณีประนอม+++ความกันในเรื่องการแบ่งมฤดก ไม่ถือว่าเป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนผู้รับมฤดกร่วมกันยินยอมให้ฝ่านหนึ่งปกครองที่ดินมฤดกมาฝ่ายเดียวเกินกว่า 10 ปี ฝ่ายที่ปกครองมาย่อมได้เป็นสิทธิโจทก์ฟ้องเรียกที่ดิน ๒ แปลงอ้างว่าเป็นมฤดกของบิดา ทางพิจารณาได้ความว่า บิดา โจทก์ถึงแก่กรรมเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ท.บิดาพวกจำเลยได้ไปโอนใส่ชื่อตนเป็นผู้รับมฤดกในโฉนดที่ดิน ๒ แปลงนี้ ครั้นมารด โจทก์และ โจทก์ทราบจึงคัดค้านในที่สุดมารดาโจทก์กับ ท. ได้ตกลงทำสัญญากันโดยมารดาโจทก์ยอมรับเงิน ๑๑๐๐ บาท และไม่ขอเกี่ยวข้องกับมฤดกรายนี้ต่อไป ศาลฎีกาตัดสินว่า ตามข้อเท็จจริงข้างต้นจึงฟังว่าโจทก์ยินยอมให้ ท. ครอบครองที่ดินรายนี้มาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ท. จึงได้กรรมสิทธิ เรื่องที่ โจทก์เถียงว่าไม่ควรฟังสัญญาฉะบับนี้ก็เถียงเนื่องจาก ท. มิได้แจ้งเครือญาติของบิดาโจทก์ว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องฟ้องเรียกมฤดกสิทธิในการรับมฤดกอาจสละกันได้ไม่ผิดต่อความสงบเรียบร้อย เมื่อยยอมให้ฝ่านจำเลยเป็นเจ้าของปกครองมาฝ่ายเดียว ฝ่ายจำเลยก็เป็นเจ้าของได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ตามศาลอุทธรณ์(อมาตย์-มนธา-ดูปลาตร์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ