ปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลชี้ขาดว่าจำเลยไม่มีเจตนาแกล้งฟ้องเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย และความเสียหายของผู้ถูกฟ้องเป็นข้อสำคัญตามมาตรา 158 หรือไม่
เจตนาแกล้งฟ้องเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกาตาม พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 มาตรา 5 และความเสียหายของผู้ถูกฟ้องไม่ใช่ข้อสำคัญในความผิดฐานฟ้องเท็จตามมาตรา 158
พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์
จำเลยฟ้องโจทก์ในข้อหารื้อรั้วและบุกรุกที่ดิน แล้วถอนฟ้องอาญา โจทก์จึงฟ้องจำเลยฐานแกล้งฟ้องตามมาตรา 158 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่เสียหายและจำเลยไม่มีเจตนาแกล้งฟ้อง จึงไม่รับฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 94/2478นางหมู แซ่ด่านโจทก์นายตี๋ โค้วศรีวงษ์จำเลย อาชญา ม. 158 วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ม. 5เจตนาแกล้งฟ้องหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงการฟ้องเท็จตามมาตรา 158 นั้น ผู้ถูกฟ้องจะได้รับความเสียหายหรือไม่ไม่เป็นข้อสำคัญสำหรับมาตรานี้เดิมจำเลยยื่นฟ้องโจทก์หาว่าบังอาจรื้อรั้วแลบุกรุกเข้ามาในที่ดินของจำเลยแต่แล้วจำเลยก็ขอถอนข้อหาในทางอาชญาเสีย แลขอว่าในทางแพ่ง โจทก์เห็นว่าจำเลยแกล้งฟ้องโจทก์ จึงฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕๘ ศาลเดิมไต่สวนพะยานโจทก์แล้วสั่งว่าโจทก์ไม่เสียหายในทางอาชญา แลจำเลยไม่มีเจตนาแกล้งฟ้อง จึงไม่รับฟ้องไว้พิจารณา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาอ้างเป็นข้อกฎหมายว่าการสันนิษฐานข้อความใด ๆ อันเกิดจากข้อเท็จจริงต้องอาศัยจากหลักกฎหมายวิธีพิจารณา แลที่ว่าโจทก์ไม่เสียหายเพราะจำเลยได้ถอนฟ้องแล้วก็ควรถือว่าโจทก์เสียหายตั้งแต่วันที่ฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลชี้ขาดว่าจำเลยไม่มี เจตนาแกล้งฟ้องนั้นเป็นข้อความซึ่งเก็บจากคำพะยานในสำนวนเป็นข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาไม่ได้ต้องห้ามตาม พรบฎีกา อุทธรณ์ ม.๕ ส่วนข้อที่ว่าโจทก์จะเสียหายหรือไม่นั้นก็ไม่ใช่ข้อกฎหมายที่จะใช้บังคับสำหรับคดีที่โจทก์ฟ้องอ้าง ม.๑๕๘ ขึ้นมานี้ พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์(อมาตย-มนธา-พลางกูร)ศาลชั้นต้น - นายสำราญศาลอุทธรณ์ - พระราชปัญญาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ