คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562 ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 870/2565 หรือไม่
เมื่อคำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลปกครองสูงสุดขัดแย้งกันในส่วนความรับผิดของผู้ร้องซึ่งเป็นเอกชน และผู้ร้องไม่อาจถูกฟ้องต่อศาลปกครองในคดีละเมิดระหว่างเอกชนด้วยกัน จึงให้บังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ
วินิจฉัยชี้ขาดว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562 ในส่วนที่พิพากษาให้ผู้ร้องก่อสร้างรั้วกำแพงหรือชดใช้ค่าเสียหาย ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 870/2565 ที่ให้ยกฟ้องผู้ร้อง และให้บังคับผู้ร้องตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562
บริษัท ป. จำกัด โอนกรรมสิทธิ์รั้วกำแพงพิพาทให้นาย ร. และนาง ช. ก่อนแบ่งหักที่ดินเป็นทางสาธารณประโยชน์ ต่อมาผู้ร้องได้รับใบอนุญาตจากนายกเทศมนตรีให้รื้อถอนรั้วกำแพงดังกล่าว และได้รื้อถอนไป ศาลฎีกาพิพากษาให้ผู้ร้องก่อสร้างรั้วกำแพงคืนหรือชดใช้ค่าเสียหาย ขณะที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้องผู้ร้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 61/2566คำพิพากษาศาลฎีกาคู่กรณีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคู่กรณีนาย ท.ผู้ร้อง พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562 ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 870/2565 คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า บริษัท ป. จำกัด เป็นเจ้าของโครงการหมู่บ้าน พ. ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินเลขที่ 655/2534 ออกให้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2534 ต่อมาในปีเดียวกันบริษัทฯ ได้ก่อสร้างรั้วกำแพงล้อมรอบโครงการหมู่บ้านบนที่ดินโฉนดเลขที่ 3331 และเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2535 บริษัทฯ ทำบันทึกข้อตกลงโอนกรรมสิทธิ์รั้วกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กพิพาทรอบหมู่บ้านให้นาย ร. และ นาง ช. โจทก์ทั้งสองในคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562 เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการสาธารณสุข การคมนาคม การจราจร ความปลอดภัยของผู้ซื้อบ้านในโครงการ เนื่องจากนาย ร. โจทก์ที่ 1 เป็นกรรมการบริษัทฯ และเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2535 บริษัทฯ ได้จดทะเบียนแบ่งหักที่ดินบางส่วน รวมถึงที่ดินบริเวณที่รั้วกำแพงตั้งอยู่ด้วยให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ ที่ดินในส่วนดังกล่าวจึงมีสภาพเป็นทางที่ผู้อยู่อาศัยภายในหมู่บ้าน พ. ใช้เป็นทางเข้า – ออก สู่ถนนพิบูลย์สงครามซึ่งเป็นถนนสาธารณะสายหลัก ด้านนอกรั้วกำแพงหมู่บ้านดังกล่าวเป็นที่ดินของผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562 และเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ในคดีของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 870/2565 โดยที่ดินของผู้ร้องมีรั้วกำแพงพิพาทปิดกั้นทางเข้