ที่ดินป่ามือเปล่า ผู้ครอบครองโดยเจตนายึดถือเพื่อตนได้สิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 และการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่เป็นการนอกประเด็น
ที่ดินป่ามือเปล่า ผู้ใดเข้าปกครองยึดถือโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน ย่อมได้สิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
ที่ดินพิพาทเป็นที่ป่าและมือเปล่า โจทก์มิได้ทำประโยชน์ จำเลยครอบครองประมาณ 5 ปี โดยปลูกบ้านและต้นไม้ โจทก์มิได้ฟ้องร้องภายใน 1 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1334/2480นายเลื่อน แก้วมีโจทก์นายจิ้ว แซลิ้มล. ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ม. 1367 137ที่วิวาทเป็นที่ป่า และเป็นที่มือเปล่าผู้ใดเข้าปกครองยึดถือ ย่อมได้สิทธิครอบครองตาม ม. 1367 แห่งประมวลแพ่ง ฯ ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 182 183 ประเด็นโจทก์ฟ้องว่าที่ดินรายวิวาทเป็นมฤดกของบรรพบุรุษตกทอดได้แก่โจทก์ ๆ ได้ปกครองมา จำเลยบุกรุกเข้าปลูกเรือนและผลไม้จึงขอให้ขับไล่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่รายพิพาทเป็นที่ป่าจำเลยได้ครอบครองมาประมาณ ๕ ปี โจทก์มิได้ฟ้องร้อง จำเลยภายใน ๑ ปี จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองตาม ม. ๑๓๖๗ แห่งประมวลแพ่ง ฯ จึง พิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาตัดสินว่า ที่รายนี้เป็นที่ป่าและที่มื่อเปล่า ประกอบกับ โจทก์มิได้ทำประโยชน์ในที่รายนี้ซึ่งแสดงว่า โจทก์ได้ครอบครองมาจนกระทั่ง จำเลยได้เข้ามาปลูกบ้านและต้นไม้ จำเลยเข้ายึดถือโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนจึงได้สิทธิครอบครองตาม ม. ๑๓๖๗ ที่โจทก์เถียงมาในฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยคดีนอกประเด็น เพราะคู่ความเถียงกันในเรื่องกรรมสิทธิ แต่ศาลวินิจฉัยไปในเรื่องครองครองนั้น เห็นว่าตามฟ้องของ โจทก์และคำให้การของ จำเลยหาได้กล่าวว่าใครมีกรรมสิทธิในที่วิวาทนั้นไม่ ที่จริงเป็นการเถียงกันว่าใครเป็นผู้ครอบครองที่วิวาทรายนี้จึงไม่เป็นการนอกประเด็น พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(พลางกูร-นิติศาสตร์-เทฟโนต์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ