ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 79/2566

ประเด็นกฎหมาย

ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าระหว่างเอกชนกับเอกชน และการที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 แจ้งการครอบครองที่ดินต่อจำเลยที่ 1 และชำระภาษีที่ดินและส

หลักกฎหมาย

ข้อพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกันเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ไม่ใช่ศาลปกครอง และเอกสาร ภ.ด.ส.7 เป็นเพียงเอกสารคำนวณภาษี ไม่มีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ไม่ใช่ศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทั้งสี่เป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลกกโพธิ์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน อ้างว่าโจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนาย จ. ส่วนโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า โดยมีหลักฐานเป็นเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.ท.บ. 5) ต่อมาจำ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 79/2566ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองอุบลราชธานีศาลผู้รับความเห็นนาย ส. ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย จ. ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนโจทก์องค์การบริหารส่วนตำบลกกโพธิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 8 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีนี้ โจทก์ทั้งสี่เป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลกกโพธิ์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน อ้างว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนาย จ. ส่วนโจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 4 ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า โดยมีหลักฐานเป็นเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.ท.บ. 5) ต่อมา จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ได้ร่วมกันแจ้งเท็จต่อจำเลยที่ 1 ว่าครอบครองที่ดินคนละ 8 ไร่ 44 ตารางวา ซึ่งทับซ้อนที่ดินที่โจทก์ทั้งสี่ครอบครองเต็มแปลง ทำให้จำเลยที่ 1 ออกแบบแสดงรายการคํานวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.7) ให้แก่จําเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งให้จําเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ไปยื่นเรื่องเพิกถอนเอกสารหนังสือคำนวณรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี พ.ศ. 2565 (ภ.ด.ส.7) รวม 7 ฉบับ ให้จำเลยที่ 1 เพิกถอนเอกสารหนังสือคำนวณรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี พ.ศ. 2565 (ภ.ด.ส.7) รวม 7 ฉบับ ที่ระบุชื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ที่ออกทับซ้อนเสียหากจําเลยทั้งแปดไม่ดำเนินการ โจทก์ทั้งสี่ขอถือเอาคําพิพากษาแทนการแสดงเจนา โดยจําเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ให้การว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ทรัพย์มรดกของโจทก์ทั้งสี่ แต่เป็นที่ดินที่บิดาและมารดาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ได้ทำกินมาตั้งแต่ก่อนมีการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงมะอี่ และได้เสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด ขอให้