ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 33/2567

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองและศาลยุติธรรม ในคดีที่เอกชนฟ้ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้บริหารให้เรียกคืนทางสาธารณประโยชน์ที่ถ

หลักกฎหมาย

องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ และมีหน้าที่ตามมาตรา 67(1) และ 68(8) แห่ง พ.ร.บ.สภาตำบลฯ ในการดูแลรักษาทางน้ำทางบกและทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การฟ้องให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบมาตรา 72 วรรคหนึ่ง

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีพบว่าผู้ร้องสอดนำเครื่องมือขุดปรับทางสาธารณประโยชน์เส้นทางขึ้นจากแม่น้ำน่านเชื่อมต่อออกถนนสายหลักผ่านที่ดินของผู้ฟ้องคดีและนำทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าวไปออกโฉนดที่ดิน ผู้ฟ้องคดีขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเรียกคืนทางสาธารณประโยชน์จากผู้ร้องสอดและติดตามเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 33/2567ศาลปกครองพิษณุโลกศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดพิษณุโลกศาลผู้รับความเห็นนาย ส.ผู้ฟ้องคดีองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ถูกฟ้องคดีนาง ค.ผู้ร้องสอด พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ป.ที่ดิน ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553 คดีที่เอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ ที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อมาศาลมีคำสั่งเรียกนาง ค. เข้ามาเป็นผู้ร้องสอด สรุปคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีพบว่า ผู้ร้องสอดนำเครื่องมือขุดปรับทางสาธารณประโยชน์เส้นทางขึ้นจากแม่น้ำน่านเชื่อมต่อออกถนนสายหลักผ่านที่ดินของผู้ฟ้องคดีและนำทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าวไปออกโฉนดที่ดิน ผู้ฟ้องคดีขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเรียกคืนทางสาธารณประโยชน์จากผู้ร้องสอดและติดตามเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบ การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นการละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยเรียกคืนทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าว เห็นว่า องค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นราชการส่วนท้องถิ่น ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ ผู้ถูกฟ้อ