ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 103/2468

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าหนังสือยอมระหว่างคู่ความที่ให้จำเลยนำเงินมาวางศาลภายใน 45 วัน และโจทก์จะถอนการยึดทรัพย์ของผู้ร้องนั้น เมื่อจำเลยนำเงินมาวางล่าช้าไป 3 วัน โจทก

หลักกฎหมาย

หนังสือยอมระหว่างคู่ความเป็นสัญญาส่วนหนึ่ง ส่วนการที่ศาลจะสั่งให้ถอนการยึดหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก ขึ้นอยู่กับผลการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์

คำวินิจฉัย

ให้ศาลจังหวัดไต่สวนเรื่องผู้ร้องขัดทรัพย์ต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องเรียกเงิน 6,000 บาทจากจำเลยและขอยึดทรัพย์ก่อนตัดสิน ศาลสั่งให้ยึด ผู้ร้องคัดค้านว่าทรัพย์ที่ยึดบางอย่างเป็นของผู้ร้อง คู่ความทำหนังสือยอมต่อศาลว่า จำเลยจะนำเงิน 1,000 บาทมาวางศาลภายใน 45 วัน โจทก์จะยอมถอนการยึดเฉพาะทรัพย์ของผู้ร้อง ต่อมาจำเลยนำเงินมาวางศาลเมื่อพ้นกำหนด 3 วัน โจทก์ไม่ยอมรับเ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 103/2468นายพุกกับพวกโจทก์นายเนตร์กับพวกล.นายลี่กับพวกผู้ร้อง ป.วิ.พ. ยึดทรัพย์ ขัดทรัพย์ สัญญา ถอนการยึดเดิมโจทย์ฟ้องเรียกเงิน ๖๐๐๐ บาทจากจำเลย แลขอยึดทรัพย์ก่อนตัดสิน ศาลสั่งให้ยึด ผู้ร้องคัดค้านว่าทรัพย์ที่ยึดบางอย่างเปนของผู้ร้องศาลยังไม่ทันไต่สวน โจทย์จำเลยแลผู้ร้องทำหนังสือยอมต่อศาลว่า จำเลยจะเอาเงินมาวางศาล ๑๐๐๐ บาทภายใน ๔๕ วัน โจทย์จะยอมถอนการยึดฉะเพาะทรัพย์ของผู้ร้อง เมื่อพ้นกำหนด ๓ วัน จำเลยจึงนำเงินมาวางศาล โจทย์ไม่ยอมรับเงินแลไม่ถอนการยึด โดยอ้างว่าจำเลยผิดสัญญา ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า จำเลยนำเงินมาวางศาลพ้นกำหนด ๓ วันเท่านั้น โจทย์ไม่ได้รับความเสียหายอย่างใด จึงให้ถอนการยึดทรัพย์ของผู้ร้อง ฎีกาตัดสินว่า หนังสือยอมนั้นเปนสัญญาระหว่างคู่ความส่วนหนึ่ง ข้อที่ศาลจะสั่งให้ถอนการยึดฤาไม่นั้นเปนอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก แล้วแต่จะไต่สวนได้ความจริงอย่างไร จึงให้ศาลจังหวัดไต่สวนเรื่องผู้ร้องขัดทรัพย์ต่อไป(พิจารณา-หริศ-มโน)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ