ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 25/2567

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารระหว่างเอกชนด้วยกันเป็นสัญญาทางปกครองหรือสัญญาทางแพ่ง

หลักกฎหมาย

สัญญาทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ต้องมีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือผู้กระทำการแทนรัฐ และมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำบริการสาธารณะ หากคู่สัญญาต่างเป็นเอกชน และสัญญามิได้เกี่ยวกับการจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง สัญญานั้นเป็นสัญญาทางแพ่ง

คำวินิจฉัย

สัญญาพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยซึ่งต่างเป็นเอกชน ไม่ครบองค์ประกอบของสัญญาทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่เป็นสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยเป็นบริษัทเอกชน จำเลยได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสาร แต่ข้อพิพาทเป็นเรื่องจ้างก่อสร้างอาคารสถานี ซึ่งจำเลยดำเนินการด้วยตนเองโดยใช้ทรัพย์สินและเงินลงทุนของตนเอง กรมการขนส่งทางบกมิได้เป็นคู่สัญญาหรือมอบหมายให้จำเลยทำสัญญาแทน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 25/2567ศาลจังหวัดสระแก้วศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองระยองศาลผู้รับความเห็นบริษัท อ. จำกัดโจทก์บริษัท ศ. จำกัดจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. คดีนี้โจทก์และจำเลยต่างเป็นบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเป็นนิติบุคคลเอกชน มิใช่เป็นหน่วยงานทางปกครอง แม้คู่ความจะอ้างว่าจำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้เป็นผู้จัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภออรัญประเทศ แต่ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นข้อพิพาทตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสาร ระหว่างโจทก์กับจำเลย ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน มิใช่ข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารสถานีขนส่ง อันจะถือว่าเป็นการจัดทำบริการสาธารณะตามที่ได้รับมอบหมาย ทั้งการจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารพิพาทก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องดำเนินการด้วยตนเอง โดยทรัพย์สินและเงินลงทุนเป็นของจำเลย การตัดสินใจเลือกผู้รับจ้างเป็นการตัดสินใจของจำเลยซึ่งเป็นเอกชน กรมการขนส่งทางบกมิได้เป็นคู่สัญญาหรือมอบหมายให้จำเลยเป็นคู่สัญญาว่าจ้างโจทก์ในการก่อสร้าง การว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารพิพาท จำเลยจึงมิได้กระทำในฐานะหน่วยงานทางปกครองหรือผู้กระทำการแทนรัฐ สัญญาพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยซึ่งต่างเป็นเอกชน จึงไม่ครบองค์ประกอบของสัญญาทางปกครอง ตามบทนิยามสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่เป็นสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - - แหล่งที่มาสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีก