ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของศาลอุทธรณ์ในการพิจารณาคดีที่ถึงที่สุดแล้ว และการดำเนินคดีเมื่อไม่สามารถหาตัวจำเลยมาศาลได้
คดีที่ถึงที่สุดในชั้นศาลเดิมแล้ว ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินอีกได้ และหากไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล ก็ไม่สามารถพิจารณาคดีต่อไปได้ ให้ถอนคดีจากบัญชีศาลฎีกาและส่งสำนวนคืนไปยังศาลเดิม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีส่วนตัวของ ส. ถึงที่สุดแล้ว ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจตัดสินอีก ส่วนคดีส่วนตัวของ ก. ให้ถอนคดีจากบัญชีศาลฎีกาและส่งสำนวนคืนไปยังศาลเดิม
โจทก์ฟ้องจำเลยสองสำนวนในคดีปล้นทรัพย์ ศาลเดิมรวมพิจารณาและพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 10 ปี จำเลยในสำนวนที่สองอุทธรณ์เพียงคนเดียว ส่วนจำเลยในสำนวนแรกไม่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาปล่อยตัวจำเลยทั้งสอง โจทก์ฎีกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 346 - 347/2468อัยการอุทัยธานีโจทก์นายสม หลำเทียน นายกลมล. ป.วิ.อ. เรียงคำพิพากษา 2 สำนวนรวมกันโจทย์ฟ้องว่า ส.กับพวกปล้นทรัพย์ของ ป.สำนวนหนึ่ง แล ก.กับพวกปล้นทรัพย์ของ ผ. ท.อีกสำนวนหนึ่ง ศาลเดิมเขียนคำพิพากษา ๒ เรื่องนี้รวมเป็นฉบับเดียวกันให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง ๒ สำนวนคนละ ๑๐ ปี ก.ผู้เดียวอุทธรณ์ ส.จำเลยอีกสำนวนหนึ่งไม่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินปล่อย ก. แล ส.จำเลยเสียทั้ง ๒ คน โจทย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีส่วนตัว ส.จำเลยเป็นคนละเรื่องกับคดีส่วนตัว ก. แล ถึงที่สุดในชั้นศาลเดิมแล้ว ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจจะตัดสินอีกได้ แลคดีส่วนตัว ก.จำเลยได้ความว่าเจ้าน่าที่ยังตามตัว ก.ไม่พบ ตามแบบอย่างที่ทำมาในคดีอาญา ถ้าไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลพิจารณาคดีต่อไปไม่ได้ ให้ถอนคดีจากบาญชีศาลฎีกาส่งสำนวนคืนไปยังศาลเดิม(นรเนติ-พิพากษา-พิจารณา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ