ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2483นายป่วน จักร์แก้วโจทก์พระยาชลมารคฯพระยามโหสถฯพระสุวพรรณพิทยาการ ผู้จัดการมฤดกล.ม.ร.ว.สุวพรรณ ป.พ.พ. ม. 1382 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ป.วิ.พ. ม. 46 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 43 กล่าวในฟ้องว่าได้ที่พิพาทมาโดยทางก่อสร้างแต่นำสืบว่าพ่อตายกให้เช่นนี้เมื่อความจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ครอบครองที่มาโดยเจตนาถือสิทธิเป็นเจ้าของเป็นเวลาติดต่อกันกว่าสิบปีแล้วโจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตาม ม. 1382 ไม่เรียกว่าโจทก์สืบไม่สมฟ้องหรือสืบ++ยกฟ้องได้ความว่าโจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ที่รายพิพาทโดยโจทก์ก่นสร้างถือสิทธิ์เป็นเจ้าของครอบครองมากกว่า ๒๐ ปี เวลานำสืบ โจทก์นำสืบว่า พ่อตายกที่รายพิพาทให้และได้ปกครองโดยอำนาจปรปักษ์มาช้านาน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เชื่อพะยานโจทก์ตามที่นำสืบ จึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยฎีกาว่าโจทก์นำสืบถึงมูลเหตุซึ่งได้ที่พิพาทมาต่างกับฟ้อง ชื่อว่าสืบไม่สมฟ้องเป็นการสืบนอกฟ้อง ควรพิพากษายกฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่โจทก์นำสืบถึงเหตุซึ่งได้ที่รายนี้มาต่างกับฟ้อง ไม่ใช่ข้อสำคัญเพราะโจทก์จะได้มาโดยทางก่นสร้างหรือโดยอะไรก็ตามเป็นเพียงมูลที่มาแห่งข้ออ้างที่ว่า โจทก์ได้ใช้สิทธิ์ครอบครองเป็นเจ้าของมากว่า ๒๐ ปี แล้วต่างหาก แม้จะเป็นเรื่องโจทก์แย่งเขาเอาดื้อ ๆ แลครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันแม้เพียง ๑๐ ปี โจทก์ก็ได้ กรรมสิทธิ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘๒ จึง พิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองที่ชี้ขาดว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘๒(วิเศษ-นิติศาสตร์-พลางกูร)ศาลชั้นต้น - พระดุลยนัยบัญชาราษฎร์ศาลอุทธรณ์ - พระอิ่นทปริญญาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหม