การกระทำโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงและการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายในความผิดฐานพยายามฆ่า
การกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ไม่เป็นเหตุยกเว้นโทษ และความสำคัญผิดที่เกิดจากความประมาทของผู้กระทำ ทำให้ผู้กระทำต้องรับผิดฐานกระทำโดยประมาทตาม ป.อ. มาตรา 390 ประกอบมาตรา 62 วรรคสอง
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 9 ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 69 และมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา 390 ประกอบมาตรา 62 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือน และปรับ 2,000 บาท (ลดโทษแล้ว) และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยเข้าใจผิดว่าโจทก์ร่วมเป็นคนร้ายเนื่องจากพฤติการณ์ของโจทก์ร่วมกับพวกที่ขับรถวนไปมาในเวลากลางคืน แต่เมื่อพบกันอีกครั้ง จำเลยยิงโจทก์ร่วม 2 นัดติดต่อกันโดยไม่มีความจำเป็น เนื่องจากโจทก์ร่วมไม่มีพฤติการณ์เป็นภยันตรายร้ายแรง และจำเลยสามารถยิงขู่หรือหลบหนีได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาโจทก์นาย อ.โจทก์ร่วมนาย บ.จำเลย ป.อ. ม. 62, ม. 69, ม. 80, ม. 90, ม. 288, ม. 390 ป.วิ.อ. ม. 192 วรรคสอง, สาม, ม. 215, ม. 225 พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมมีพฤติการณ์ใดอันจะเป็นภยันตรายร้ายแรงต่อจำเลยซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์บุตรชายแล่นสวนทางมา จำเลยย่อมสามารถใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าหรือยิงไปทางอื่นเพื่อข่มขู่โจทก์มิให้ทำร้ายจำเลยได้ ไม่มีความจำเป็นที่จำเลยจะต้องใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม 2 นัด ติดต่อกัน การกระทำของจำเลยจึงเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน จำเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 69 ทั้งตามพฤติการณ์แห่งคดีย่อมเห็นได้ว่าความสำคัญผิดของจำเลยดังกล่าวเกิดขึ้นโดยความประมาทของจำเลย เนื่องจากจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือยิงว่าโจทก์ร่วมเป็นคนร้ายจริงหรือไม่ จำเลยย่อมมีความผิดฐานกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตาม ป.อ. มาตรา 390 โดยผลของมาตรา 62 วรรคสองด้วย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91, 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 8 ทวิ, 72 ทวิ และริบของกลาง จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ระหว่างพิจารณา นายโอภาสผู้เสียหาย ยื่นค