การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันหรือไม่ และเป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือไม่
การกระทำของจำเลยไม่เรียกว่าป้องกันเกินกว่าเหตุ เพราะไม่ปรากฏว่าจำเลยตกอยู่ในความจำเป็นที่ต้องป้องกันอันตราย และผู้ตายถูกกระสุนปืนข้างหลังแสดงว่าผู้ตายได้หนีไปแล้ว จำเลยจึงยิงตาม จำเลยทำไปโดยบันดาลโทสะ
ศาลฎีกาตัดสินแก้ศาลอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันเกินกว่าเหตุ และจำเลยทำไปโดยบันดาลโทสะ ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม. 249 - 55
จำเลยถูกนางจูขว้างปา 2 ที อิฐหรือหินถูกจำเลย 1 ก้อน จำเลยจึงใช้ปืนยิงถูกนายจูข้างหลังทะลุภายในขาดใจตาย ผู้ตายถูกกระสุนปืนข้างหลัง แสดงว่าผู้ตายได้หนีไปแล้ว จำเลยยิงตาม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 686/2470อัยการลำปางโจทก์นายส่าง บินยากับพวกล. ป.อ. , ม. 249, ม. 53, ม. 55ความสันนิษฐานป้องกันทำได้ต่อเมื่อจำเปน ยิงคนถูกข้างหลังสันนิษฐานว่าผู้ถูกยิงกำลังหนี คู่วามเปนคนบังคับอังกฤษ ฎีกาได้แต่ในข้อกฎหมาย อย่างไรเรียกว่าบัญหากฎหมายได้ความว่า จำเลยถูกนางจูขว้างปา ๒ ที อิฐหรือหินถูกจำเลย ๑ ก้อน จำเลยจึงใช้ปืนยิงถูกนายจูข้างหลังทลุภายในขาดใจตาย ดังนี้ ศาลฎีกาตัดสินแก้ศาลอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยนั้น ไม่เรียกว่าป้องกันเกินกว่าเหตุ เพราะไม่ปรากฏว่าจำเลยตกอยู่ในความจำเปนที่ต้องป้องกันอันตรายอย่างไร และผู้ตายก็ถูกกระสุนปืนข้างหลังแสดงให้เห็นว่าผู้ตายได้หนีไปแล้ว จำเลยจึงยิงตาม ดังนี้ จำเลยได้ทำไปโดยบันดาลโทษะ ให้ ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม. ๒๔๙ - ๕๕ และคดีนี้ จำเลยเปนคนบังคับอังกฤษ คู่ความฎีกาได้แต่ในข้อกฎหมายปัญหาที่ว่ากิริยาของจำเลยเปนการป้องกันหรือไม่นั้น เปนปัญหาข้อกฎหมาย(พรหม-จินดา-มนู)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ