ปัญหาการตีความคำว่า "โดยไม่เถียงอะไรอีก" ในรายงานกระบวนพิจารณา และการกำหนดประเด็นข้อพิพาทในคดีที่โจทก์จำเลยต่างฟ้องกัน 2 สำนวน
เมื่อข้อเท็จจริงในรายงานกระบวนพิจารณาไม่ชัดเจน อาจแปลความได้หลายทาง ศาลฎีกาเห็นว่าควรให้สืบพยานใหม่เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่แน่นอน
ให้ศาลเดิมสืบพยานใหม่ในสำนวนที่นางนุ่มเป็นโจทก์ ส่วนสำนวนที่นางคำเป็นโจทก์ให้ยกฟ้อง โดยฟังว่านายบุญไม่ได้ทำพินัยกรรมยกที่นาให้นางคำ ให้นางคำเสียค่าธรรมเนียมและค่าทนายความแทนนางนุ่มเฉพาะในสำนวนที่นางคำเป็นโจทก์ ส่วนค่าธรรมเนียมในสำนวนที่นางนุ่มเป็นโจทก์ให้วินิจฉัยภายหลัง
คดีมี 2 สำนวน โจทก์ฟ้องเรียกที่นาเป็นกรรมสิทธิ์ จำเลยฟ้องแย้งว่ามีพินัยกรรมยกที่นาให้ ในวันพิจารณาคู่ความตกลงให้พิจารณาเฉพาะพินัยกรรมข้อเดียว โดยไม่เถียงอะไรอีก แต่ศาลฎีกาเห็นว่าคำว่า "โดยไม่เถียงอะไรอีก" ไม่ชัดเจน อาจแปลได้ 2 ทาง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 731 - 732/2470นางนุ่มโจทก์นางคำกับพวกล. ป.วิ.พ. กะประเด็นค่าธรรมเนียม ลักษณพยาน ท้าพยานคดีนี้โจทก์จำเลยต่างฟ้องซึ่งกันแลกันเปน ๒ สำนวน ฝ่ายนางนุ่มเปนโจทก์ฟ้องเรียกที่นาเปนกรรมสิทธิ ฝ่ายนางคำเปนโจทก์ฟ้องแย้งว่านายบุญทำพินัยกรรมยกที่นานั้นให้ ในวันพิจารณาโจทก์จำเลย คงท้ากันขอให้ พิจารณาฉะเพราะพินัยกรรมข้อเดียว โดยไม่เถียงอะไรอีก ดังนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้มีประเด็น ๒ ข้อ ที่จะต้องนำสืบกันคือ พินัยกรรมนั้นมีจริงถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่มีพินัยกรรมแล้ว นางนุ่มโจทก์ได้ปกครองที่นาเกินกำหนดอายุความหรือไม่ ที่ศาลจดรายงานว่า "โดยไม่เถียงอะไรอีก" นั้นอาจแปลความเปน ๒ ทางได้ คือว่าจำเลยไม่เถียงว่าโจทก์ปกครองมาฝ่ายเดียวหรือโจทก์ไม่เถียงว่าจำเลยได้ปกครองมาด้วยกันซึ่งไม่เปนการแน่นอน จึงตัดสินให้ศาลเดิมสืบพยานใหม่ในสำนวนที่นางนุ่มเปนโจทก์ ส่วนสำนวนที่นางคำเปนโจทก์นั้นให้ยกฟ้องเสีย โดยฟังว่า นายบุญไม่ได้ทำพินัยกรรมยกที่นาให้นางคำ ให้นางคำเสียค่าธรรมเนียมแลค่าทนายความแทนนางนุ่มฉะเพาะในสำนวนที่นางคำเปนโจทก์ส่วนค่าธรรมเนียมในสำนวนที่นางนุ่มเปนโจทก์ให้วินิจฉัยภายหลังว่าฝ่ายใดควรเสีย(วิชัย-พิพาก-พรหม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ