อัยการมีอำนาจฟ้องคดีภาษีชั้นในโดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจจากเจ้าภาษี
ตาม พ.ร.บ. แก้ไขภาษีชั้นใน พ.ศ. 2459 มาตรา 3 ให้พิจารณาคดีภาษีชั้นในอย่างคดีอาญา และอัยการเป็นทนายรัฐบาลในคดีอาญาโดยพระธรรมนูญ ดังนั้นอัยการมีอำนาจฟ้องได้แม้เจ้าภาษีไม่ได้มอบอำนาจ
ให้ย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อเท็จจริงใหม่และตัดสินไปตามกฎหมาย
คดีนี้เป็นคดีทำผิดภาษีชั้นในตาม พ.ร.บ. แก้ไขภาษีชั้นใน พ.ศ. 2459 มาตรา 3 โดยเจ้าภาษีไม่ได้มอบคดีให้อัยการฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 760/2470อัยการสงขลาโจทก์นายดุเหล็มล. ป.วิ.อ. เรื่องภาษีสุราถึงอัยการไม่ได้รับมอบอำนาจก็ฟ้องได้เรื่องนี้ศาลฎีกาตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ว่าคดีทำผิดภาษีชั้นในนั้น ตาม พ.ร.บ. แก้ไขภาษีชั้นใน พ.ศ. ๒๔๕๙ มาตรา ๓ บัญญัติให้พิจารณาอย่างคดีอาญาทั้งปวงแลไม่ให้เรียกค่าธรรมเนียมจากโจทก์จำเลย เพราะฉะนั้นถึงเจ้าภาษีไม่ได้มอบคดีให้อัยการฟ้อง อัยการก็มีอำนาจฟ้องได้ เพราะอัยการเปนทนายรัฐบาลในคดีอาญาอยู่โดยพระธรรมนูญ ฎีกาที่ ๙๖๑/๒๔๕๖ ที่ว่าอัยการจะฟ้องได้ต่อเมื่อเจ้าภาษีได้มอบอำนาจนั้น พระราชบัญญัติแก้ไขภาษีชั้นใน พ.ศ. ๒๔๕๙ มาตรา ๓ ลบล้างเสียแล้ว ให้ย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อเท็จจริงใหม่ แลตัดสินไปตามกฎหมาย ฯ(หริศ-นรเนติ-ศรี)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ