ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866 - 867/2470

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของจำเลยที่รับเงินค่าไถ่โคแล้วไม่นำโคมาให้ กลับเบียดบังเงินไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว เป็นความผิดฐานยักยอก ไม่ใช่ฉ้อโกง และศาลมีอำนาจลงโทษฐานยักยอ

หลักกฎหมาย

จำเลยรับเงินไปแล้วกลับเบียดบังเอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย จำเลยต้องมีผิดฐานยักยอก ไม่ใช่ฉ้อโกง ถึงแม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกงมา ศาลมีอำนาจลงโทษฐานยักยอกได้ ตามฎีกาที่ 602/2467

คำวินิจฉัย

จำเลยมีความผิดฐานยักยอก ไม่ใช่ฉ้อโกง และศาลมีอำนาจลงโทษฐานยักยอกได้แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยพูดกับ พ. ว่าโคที่หายจะเอาคืนไหม ถ้าเอาคืนต้องเสียค่าไถ่ 80 บาท พ. นำเงินไปให้จำเลย 80 บาท จำเลยนัดว่าวันรุ่งขึ้นจะนำโคมาให้ แต่ไม่นำมาให้ กลับเบียดบังเงินไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866 - 867/2470อัยการอ่างทองโจทก์นายกวยล. ป.อ. ม. 314 ป.วิ.อ. รับเงินค่าไถ่แล้วเอาไปใช้เสีย ฟ้องฉ้อโกงลงโทษยักยอกได้จำเลยได้มาพูดกับ พ. ว่า โคที่หายจะเอาคืนไหม ถ้าเอาคืนก็ต้องเสียค่าไถ่ ๘๐ บาท พ. ได้นำเงินไปให้จำเลย ๘๐ บาท จำเลยนัดว่าวันพรุ่งนี้จะนำโคมาให้ ครั้นถึงกำหนดจำเลยก็หานำโคมาให้ไม่ จำเลยรับเงินไปแล้วกลับเบียดบังเอาไว้เปนประโยชน์ส่วนตัวเสีย จำเลยต้องมีผิดฐานยักยอก ไม่ใช่ฉ้อโกง ถึงแม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกงมา ศาลมีอำนาจลงโทษฐานยักยอกได้ ตามฎีกาที่ ๖๐๒/๒๔๖๗(พรหม-พิพาก-ศรี)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ