ปัญหาข้อกฎหมายว่าบาดแผลสาหัสหรือไม่ และการที่ศาลเดิมไม่สืบพยานจำเลย 2 ปาก เป็นการชอบหรือไม่
พยานบอกเล่าไม่จำเป็นต้องสืบเมื่อศาลเห็นว่าไม่จำเป็น
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
จำเลยสมคบกันทำร้ายเจ้าพนักงานตำรวจ มีบาดเจ็บสาหัสบ้างไม่สาหัสบ้าง ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยต่างคนต่างทำร้าย ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสมคบกัน ลงโทษตามมาตรา 255-250 จำเลยฎีกาว่าควรลงโทษตามศาลชั้นต้นและคัดค้านการไม่สืบพยาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2470อัยยการนครปฐมโจทก์นายหยดกับพวกล. ป.อ. ม. 255, ม. 256 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 บาดแผลสาหัสหรือไม่เปนปัญหากฎหมายเรื่องนี้ศาลเดิมตัดสินว่า จำเลยต่างคนต่างทำร้ายหมื่นมั่นตำรวจพลกับพลตำรวจ ช่วงมีบาดเจ็บสาหัสบ้างไม่สาหัสบ้าง ให้ จำคุกนายย้อย จำเลย ๓ มีตามมาตรา ๒๕๖ แลให้ จำคุกนายหยด นายเกรา จำเลยคนละ ๘ เดือน ตายมาตรา ๒๕๔ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยได้สมคบกันทำร้ายเขา ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทุกคนตามมาตรา ๒๕๕ - ๒๕๐ คนละ ๓ ปี นายหยด นายเกราจำเลยฎีกาว่าควรควร ลงโทษจำเลยตามศาลเดิม แลคัดค้านว่าศาลเดิมไม่สืบพยาน จำเลย ๒ ปาก ฎีกาวินิจฉัยว่า พยาน ๒ ปากที่ศาลเดิมไม่สืบนั้นปรากฏตามรายงาน พิจารณาว่าเปนแต่เพียงพยามบอกเล่าเท่านั้น ไม่เห็นจำเปนที่จะสั่งให้สืบพยาน ๒ ปากนี้ จึง พิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์ทั้งในข้อเท็จจริงแลข้อกฏหมาย(พิพาก-นรเนติ-หริศ.)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ