สัสดีช่วยให้บุคคลหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ผิดกฎหมายบทใด ระหว่างพระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร พ.ศ. 2460 มาตรา 66 กับกฎหมายอาญามาตรา 138
การที่จะให้ใครเป็นทหารหรือไม่นั้นอยู่ในอำนาจกรรมการ ไม่ได้อยู่ในอำนาจจำเลย จึงลงโทษจำเลยฐานเจ้าพนักงานรับสินบนไม่ได้
จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร พ.ศ. 2460 มาตรา 66 ฐานช่วยให้นายสอนหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร จำคุก 6 เดือน แต่จำเลยต้องขังเกินกำหนดแล้วให้ปล่อยไป
จำเลยเป็นสัสดีอำเภอเรียกเงินจากนายผ่อง 80 บาท แล้วจัดการช่วยเหลือไม่ให้นายสอนบุตรนายผ่องเป็นทหาร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2470อัยยการชัยนาทโจทก์นางแหงวนล. พ.ร.บ.ลักษณะเกณฑ์ทหาร พ.ศ.2460 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 สัสดีช่วยให้คนหลีกเลี่ยงทหาร ผิดกฎหมายบทใด ศาลล่างทั้ง 2 ฟังข้อเท็จจริงต้องกัน คู่กรณีจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ได้ความว่า จำเลยเปนสัสดีอำเภอได้เรียกเงินจากนายผ่อง ๘๐ บาท แล้วจัดการช่วยเหลือไม่ให้นายสอนบุตรนายผ่องเปนทหารดังนี้ ศาลเดิมตัดสินให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๖ เดือนตาม พระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร พ.ศ. ๒๔๖๐ มาตรา ๖๖ ฐานช่วยให้นายสอนหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร แต่ ศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยผิด กฎหมายอาญามาตรา ๑๓๘ ฐานเจ้าพนักงานรับสินบนให้ จำคุก ๒ ปี ฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยจะฎีกา ในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติฎีกา อุทธรณ์ พ.ศ. ๒๔๖๑ มาตรา ๓ ส่วนข้อ กฎหมายที่ว่า จำเลยจะผิด กฎหมายบทใดนั้นเห็นว่า การที่จะให้ใครเปนทหารหรือไม่นั้นอยู่ในอำนาจกรรมการไม่ได้อยู่ใน อำนาจจำเลย จะ ลงโทษจำเลยฐานเจ้าพนักงานรับสินบนไม่ได้ ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเกณฑ์ทหารมาตรา ๖๖ จำคุก ๖ เดือน แต่จำเลยต้องขังเกินกำหนดแล้วให้ปล่อยไป(นรเนติ-หริศ-วิชัย.)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ