ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 22/2568

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลยุติธรรมกับศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร และการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ดังกล่าว ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า จำเลยที่ 3 (นายอำเภอสังขะ) และที่ 4 (เทศบาลตำบลสังขะ) ละเลยต่อหน้าที่ ไม่ดูแลทางสาธารณประโยชน์ ปล่อยให้จำเลยที่ 1 (โรงพยาบาลสังขะ) ก่อสร้างรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กและโรงเก็บของรุกล้ำเข้าไปในทางสาธารณประโยชน์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ทางสาธารณประโยชน์เข้าไปในที่ดินของตนได้ และไม่แจ้งผลก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 22/2568ศาลจังหวัดสุรินทร์ศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองนครราชสีมาศาลผู้รับความเห็นนาย ธ. ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนโจทก์โรงพยาบาลสังขะ ที่ 1 กับพวกรวม 6 คนจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 ป.พ.พ. คดีนี้ นาย ธ. ที่ 1 นาย จ. ที่ 2 นาง ว. ที่ 3 โจทก์ ยื่นฟ้อง โรงพยาบาลสังขะ ที่ 1 สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สุรินทร์ ที่ 2 นายอำเภอสังขะ ที่ 3 เทศบาลตำบลสังขะ ที่ 4 กระทรวงสาธารณสุข ที่ 5 และกระทรวงการคลัง ที่ 6 จำเลย ต่อมา ศาลจังหวัดสุรินทร์มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกจากสารบบความ โดยโจทก์ทั้งสามอ้างว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 8697 โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 899 และโจทก์ที่ 3 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 267 ได้รับความเสียหายจากกรณีที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ละเลยต่อหน้าที่ ไม่ดูแลทางสาธารณประโยชน์ ปล่อยให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดของจำเลยที่ 5 กระทำละเมิดก่อสร้างรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กและโรงเก็บของรุกล้ำเข้าไปในทางสาธารณประโยชน์ ตามแนวเขตทิศใต้ของพื้นที่ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ทั้งสาม ทำให้โจทก์ทั้งสามไม่สามารถใช้ทางสาธารณประโยชน์เข้าไปในที่ดินของตนได้ โจทก์ทั้งสามได้ติดตามความคืบหน้ากรณีขอให้ตรวจสอบทางสาธารณประโยชน์มาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 ร่วม