ศาลอุทธรณ์มีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งเด็กไปโรงเรียนดัดสันดานตามมาตรา 58 วรรค 3 หรือไม่
การที่ศาลจะสั่งให้ลงอาญาแก่เด็กตามมาตรา 58 วรรค 3 นั้น อยู่ในดุลพินิจของศาล
ฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์
จำเลยเป็นเด็กอายุ 15 ปี 2 เดือน ใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 12 ปี ลดกึ่งหนึ่งเหลือ 6 ปี ศาลอุทธรณ์แก้เป็นจำคุก 15 ปี ลดตามมาตรา 60 เหลือ 10 ปี แต่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปโรงเรียนดัดสันดานตามมาตรา 58 วรรค 3 จนอายุครบ 18 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2471อัยยการราชบุรีโจทก์นายย้อย นายวาดล. ป.อ. ม. 58 วรรควรรค. 3 2, ม. 60 ป.วิ.อ. การจะลงโทษเด็กฤาส่งไปโรงเรียนดัดสันดานอยู่ในดุลพินิจของศาลข้อเท็จจริงได้ความว่า ย. จำเลยซึ่งเปนเด็กมีอายุ ๑๕ ปี ๒ เดือน ได้ใช้อาวุธปืนยิง ร. มีบาดเจ็บสาหัส ศาลเดิมตัดสินวางบท ๒๔๙ - ๖๐ - ๓๗ จำคุก ๑๒ ปี แลลดตามมาตรา ๕๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ย. ๖ ปี ศาลอุทธรณ์แก้วางบท ๒๔๙ ตั้งเกณฑ์จำคุกจำเลย ๑๕ ปีลดตามมาตรา ๖๐ คงเหลือ ๑๐ ปี แต่ให้เปลี่ยนโทษ จำคุกเปนให้ส่งตัวไปอยู่ในโรงเรียนดัดสันดานตามมาตรา ๕๘ วรรค ๓ จนจำเลยมีอายุครบ ๑๘ ปี โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกจำเลยเปนส่งไปโรงเรียนดัดสันดาน ฎีกาตัดสินว่า การที่ศาลจะสั่งให้ลงอาญาแก่เด็ตามมาตรา ๕๘ วรรค ๓ นั้น อยู่ในดุลพินิจของศาล จึงยืนตามศาลอุทธรณ์(หริศ-นรเนติ-พิพาก.)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ