ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 3/2568

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลว่าคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษีอากร อยู่ในอำนาจของศาลปกครองหรือศาลยุติธรรม (ศาลภาษีอากร)

หลักกฎหมาย

การโต้แย้งคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ซึ่งเป็นมาตรการบังคับทางปกครองเพื่อเรียกเก็บภาษีอากร เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร ต้องเสนอต่อศาลภาษีอากรตามมาตรา 63/13 (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และมาตรา 7 (2) และ (5) แห่งพระ

คำวินิจฉัย

คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ศาลภาษีอากร)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแต่มีชื่อนาย ร. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยที่ 2 มีคำสั่งยึดที่ดินดังกล่าวเนื่องจากนาย ร. ค้างชำระภาษีอากร โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของที่แท้จริง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 3/2568ศาลจังหวัดเชียงคำศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองเชียงใหม่ศาลผู้รับความเห็นนางสาว ส.โจทก์กรมสรรพากร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 คดีนี้เอกชนเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง กรมสรรพากร ที่ 1 อธิบดีกรมสรรพากร ที่ 2 จำเลย สรุปข้อเท็จจริงตามคำฟ้องได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโดยมีชื่อของนาย ร. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยที่ 2 มีคำสั่งและประกาศยึดทรัพย์ที่ดินรวม 175 แปลง รวมที่ดินของโจทก์ เนื่องจากโจทก์และเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ตกลงกู้ยืมเงินกับบริษัท ช. จำกัด โดยใช้ที่ดินของตนจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่นาย ร. ซึ่งเป็นกรรมการและตัวแทนของบริษัทเพื่อเป็นประกันการกู้ยืม โดยมีเงื่อนไขว่าหากชำระเงินกู้ครบถ้วนแล้วผู้ให้กู้จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกลับคืนให้ผู้กู้ยืม การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวเป็นเพียงหลักประกันการกู้ยืมเงินเท่านั้นไม่มีเจตนาโอนกรรมสิทธิ์กันแต่อย่างใด โจทก์ได้ชำระหนี้ให้แก่บริษัท ช. จำกัด ครบถ้วนแล้ว บริษัทให้นาย ร. ทำหนังสือมอบอำนาจโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนแก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่สามารถดำเนินการได้โดยได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานที่ดินว่า ที่ดินดังกล่าวจำเลยที่ 2 มีคำสั่งยึดทรัพย์และอยู่ระหว่างขายทอดตลาดหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ต่อมาโจทก์ทำหนังสือคัดค้านการยึดทรัพย์สินที่ดินยื่นต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่พะเยา แต่ปัจจุบันโจทก์ยังไม่ได้รับหนังสือตอบ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่เพิกถอนประกาศกรมสรรพากรเรื่องยึดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษีอากร ในส่วนที่เกี่ย