ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองและศาลยุติธรรมในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายและอนุญาตให้ใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
สัญญาที่หน่วยงานทางปกครองคู่สัญญาต้องทำขึ้นเพื่อใช้ในการจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง เป็นสัญญาทางปกครอง อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ผู้ฟ้องคดี (บริษัท ท. จำกัด) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากกิจการค้าร่วม ฮ. ทำสัญญาซื้อขายและอนุญาตให้ใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระบบบริหารจัดการโรงพยาบาล (HIS) กับผู้ถูกฟ้องคดี (ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการสาธารณะด้านการแพทย์ ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีบอกเลิกสัญญาและริบ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 16/2568ศาลปกครองกลางศาลผู้ส่งความเห็นศาลแพ่งศาลผู้รับความเห็นบริษัท ท. จำกัดผู้ฟ้องคดีราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. คดีนี้ บริษัท ท. จำกัด ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้ทำสัญญากิจการค้าร่วมกับบริษัท อ. จำกัด โดยใช้ชื่อว่า กิจการค้าร่วม ฮ. ต่อมากิจการค้าร่วม ฮ. เป็นผู้ได้รับคัดเลือกให้ชนะการประกวดราคาเข้าทำสัญญา โดยให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทน ต่อมากิจการค้าร่วม ฮ. โดยผู้ฟ้องคดีตกลงกับผู้ถูกฟ้องคดีทำสัญญาซื้อขายและอนุญาตให้ใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์โครงการจัดหาระบบบริหารจัดการโรงพยาบาล (HIS) สำหรับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ระยะที่ 1, 2 และ PMO กำหนดระยะเวลาส่งมอบภายใน 530 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยคู่สัญญาได้ตกลงกันมีสาระสำคัญ คือ ผู้ซื้อตกลงซื้อและผู้ขายตกลงขายและอนุญาตให้ใช้สิทธิโปรแกรมคอมพิวเตอร์พร้อมด้วยสื่อและคู่มือการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ราคารวมทั้งสิ้น 213,000,000 บาท ผู้ซื้อตกลงชำระราคาค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์และการอนุญาตให้ใช้สิทธิให้แก่ผู้ขายรวม 5 งวด ขณะทำสัญญาผู้ขายได้นำหลักประกันเป็นแคชเชียร์เช็ค เป็นจำนวนเงิน 10,650,000 บาท มามอบไว้แก่ผู้ซื้อเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ต่อมา กิจการค้าร่วม ฮ. มีหนังสือขอส่งมอบงาน งวดที่ 1 แต่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ขอให้แก้ไขเพิ่มเติมจำนวน 2 ครั้ง เมื่อครบกำหนดระยะเวลาส่งมอบงานตามสัญญาผู้ขายไม่สามารถส่งมอบงานงวดที่ 1 และงวดที่ 2 ให้ถูกต้องครบถ้วนได้ ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจสอบแ