ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลยุติธรรมกับศาลปกครองในคดีละเมิดที่ฟ้องกองทัพบกและเอกชนร่วมกัน
การกระทำของหน่วยงานทางปกครองที่เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไป มิได้มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือเป็นการละเลยต่อหน้าที่ในทางปกครอง ไม่เข้าข่ายเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์ฟ้องกองทัพบก (จำเลยที่ 1) และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นเอกชน ว่าจำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ให้มั่นคงปลอดภัย แต่จงใจหรือประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้บุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ และจำเลยที่ 2 และที่ 3 นำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 25/2568ศาลแพ่งมีนบุรีศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองกลางศาลผู้รับความเห็นนาย ศ.โจทก์กองทัพบก ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ป.พ.พ. คดีที่เอกชนยื่นฟ้องกองทัพบก จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกันว่า จำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ให้มั่นคงปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสม จงใจหรือประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ และถูกจำเลยที่ 2 และที่ 3 นำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยการกล่าวและไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง ด้วยการใส่ความและเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ต่อสาธารณชน เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเสื่อมเสียเกียรติคุณ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีในส่วนที่ฟ้องจำเลยที่ 1 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลแพ่งมีนบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ให้มีความมั่นคงปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสม จงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของโจทก์ และจำเลยที่ 2 และที่ 3 นำไปเผยแพร่ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับจำเลยทั้งสามกระทำละ