การคำนวณเงินบำเหน็จว่าต้องรวมค่านำร่องพิเศษหรือไม่ สิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุดของกัปตันเรือ และสิทธิหักค่าชดเชยจากเงินบำเหน็จ
คำว่า 'เงินเดือนมูลฐาน' ตามข้อบังคับของจำเลยมีความหมายจำกัดเฉพาะเงินเดือนที่แท้จริง ไม่รวมค่านำร่องพิเศษ กัปตันเรือซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายมีอำนาจลงโทษทางวินัย จึงเป็นผู้ทำการแทนนายจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 36(1) ไม่มีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุด จำเลยมีสิทธิหักค่าชดเชยที่เพิ่มขึ้นจากเงินบำเหน็จตาม
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จแก่โจทก์ 168,751 บาท 67 สตางค์ และไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยในต้นเงินออมทรัพย์และเงินบำเหน็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
โจทก์เป็นกัปตันเรือขนส่งน้ำมันของจำเลย ถูกเลิกจ้างเพราะเกษียณอายุ เงินเดือนประกอบด้วยเงินเดือนมูลฐาน 30,260 บาท และค่านำร่องพิเศษ 6,000 บาท ข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้เงินบำเหน็จคำนวณจากเงินเดือนมูลฐาน และให้สิทธิหักค่าชดเชยจากเงินบำเหน็จได้ จำเลยจ่ายค่าชดเชยโดยไม่รวมเบี้ยเลี้ยงซึ่งเป็นค่าจ้าง และไม่ไ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2397/2529นาวาตรี อำนวย ศรีวิโรจน์โจทก์บริษัท ไทยขนส่งน้ำมัน จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 36, ข้อ 43, ข้อ 46ข้อบังคับเกี่ยวกับโครงการเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานของจำเลยกำหนดจำนวนเงินบำเหน็จในกรณีลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุว่า'..........จำนวนเงินบำเหน็จจะเท่ากับเงินเดือนมูลฐานครั้งสุดท้ายทั้งเดือนคูณด้วยจำนวนปีของการเป็นลูกจ้างในบริษัท'คำว่าเงินเดือนมูลฐานมีความหมายจำกัดลงมาเฉพาะเงินเดือนที่แท้จริงค่านำร่องพิเศษหาใช่เงินเดือนมูลฐานอันจะนำมาคำนวณจำนวนเงินบำเหน็จไม่ต่างกับเรื่องค่าจ้างที่จะนำค่านำร่องพิเศษมาเป็นฐานคำนวณค่าชดเชย. ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยหมวดวินัยและโทษทางวินัยระบุว่าการเตือนด้วยวาจาและการเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นโทษทางวินัยโดยหัวหน้าฝ่ายเป็นผู้มีอำนาจลงโทษสองสถานนี้ได้และหมวดการยื่นคำร้องทุกข์และข้อเสนอแนะกำหนดให้นายเรือมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายด้วยโจทก์ซึ่งเป็นกัปตันหรือนายเรือจึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการลงโทษโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานฯข้อ43และ36(1). ตามข้อบังคับเกี่ยวกับโครงการเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานของจำเลยข้อ9(ค)ให้สิทธิแก่จำเลยที่จะหักเงินจำนวนเท่าค่าชดเชยออกจากเงินบำเหน็จได้จำเลยได้ใช้สิทธินำค่าชดเชยส่วนอื่นไปหักจากเงินบำเหน็จตามที่แจ้งให้โจทก์ไปรับแล้วการที่มิได้นำค่าชดเชยในเงินค่าเบี้ยเลี้ยงไปหักออกด้วยก็เพราะจำเลยเข้าใจว่าเบี้ยเลี้ยงมิใช่ค่าจ้างเมื่อเบี้ยเลี้ยงเป็นค่าจ้างทั้งจำเลยก็ได้แสดงเจตนาขอหักมาในคำให้การแล้วจึงชอบที่จะหักเงินค่าชดเชยที่เพิ่มขึ้นออกจากเงินบำเหน็