ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 15/2568

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง อันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ในการดูแลรักษาสายเคเบิ้ล

หลักกฎหมาย

การกระทำของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่รับโอนกิจการจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยและได้รับอนุญาตจาก กสทช. ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม ถือเป็นการกระทำในฐานะหน่วยงานทางปกครอง การฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ละเลยต่อหน้าที่ในการดูแลรักษาสายเคเบิ้ลให้ปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำ

คำวินิจฉัย

คดีพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ว่าละเลยไม่ดูแลรักษาสายเคเบิ้ลของตนให้อยู่ในระดับความสูงที่ปลอดภัยตามกฎหมาย ทำให้รถบรรทุกของจำเลยที่ 3 เกี่ยวสายเคเบิ้ลขาด และโจทก์ขับรถจักรยานยนต์มาเกี่ยวสายเคเบิ้ลล้มได้รับอันตรายสาหัส จำเลยที่ 1 เป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่รับโอนกิจการจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และดำเนินการในฐ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 15/2568ศาลจังหวัดนครราชสีมาศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองนครราชสีมาศาลผู้รับความเห็นนาย ภ.โจทก์บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ป.พ.พ. คดีที่เอกชนยื่นฟ้องบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่ 1 บริษัท น. จำกัด ที่ 2 นาย อ. ที่ 3 บริษัท ว. จำกัด (มหาชน) ที่ 4 จำเลย อ้างว่า จำเลยที่ 1 ไม่ดูแลรักษาสภาพของสายเคเบิ้ลของตนให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยในระดับความสูงตามที่กฎหมายกำหนด ปล่อยให้สายเคเบิ้ลหย่อนลงจากความสูงตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ตู้ของรถบรรทุกที่จำเลยที่ 3 ขับไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ไปเกี่ยวสายเคเบิ้ลขาดลงมายังพื้นถนน โดยปลายสายอีกด้านหนึ่งยังคงติดอยู่ที่เสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้โจทก์ขับรถจักรยานยนต์มาเกี่ยวสายเคเบิ้ลดังกล่าวล้มลงได้รับอันตรายสาหัส ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 3 และโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 และโจทก์ จำเลยที่ 3 ไม่ใช่ผู้กระทำละเมิด จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 4 ให้การว่า อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลจังหวัดนครราชสีมาเห็นว