ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 54/2568

ประเด็นกฎหมาย

ข้อพิพาทเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองและศาลยุติธรรมในคดีที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดก่อสร้างรุกล้ำที่ดิน โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2

หลักกฎหมาย

เมื่อคู่ความโต้แย้งกันว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน กรณีเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนปัญหาละเมิดเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยสิทธิในที่ดิน

คำวินิจฉัย

ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน และยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดิน พบว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ก่อสร้างศาลาประชาคมหมู่บ้าน โรงสีข้าว อาคารเก็บข้าว และเสาไฟฟ้ารุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 54/2568ศาลปกครองนครราชสีมาศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดนางรองศาลผู้รับความเห็นนาย ส.ผู้ฟ้องคดีนาย ป. ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีนี้ นาย ส. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องนาย ป. ที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลถนนหัก ที่ 2 จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อมา ศาลปกครองนครราชสีมามีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในส่วนที่ฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 3 ไว้พิจารณา สรุปคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต่อมา ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง เพื่อนำปักหลักเขตใหม่และตรวจสอบหลักเขตที่ดินเดิมของผู้ฟ้องคดี พบว่า ขณะที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านได้ร่วมกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กระทำละเมิดก่อสร้างศาลาประชาคมหมู่บ้าน โรงสีข้าว อาคารเก็บข้าว (ยุ้งข้าว) และเสาไฟฟ้า รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีด้านทิศตะวันออกติดกับทางสาธารณประโยชน์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดี ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถใช้ที่ดินทำประโยชน์หรือให้เช่าได้ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และขนทรัพย์สินพร้อมทั้งบริวารทั้งหมดที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขนย้ายเศษวัสดุและปรับที่ดินให้มีสภาพเช่นเดิมด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม และห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก