เมื่อทางพิจารณาไม่ได้ความชัดเจนว่าฝ่ายใดเอาฟืนของใครไปเท่าใด ศาลจะตัดสินอย่างไร
เมื่อทางพิจารณาไม่ได้ความชัดเจนว่าฝ่ายใดเอาฟืนของใครไปเท่าใด จึงไม่สามารถตัดสินให้โจทก์ชนะคดีได้
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าเดิมโจทก์เอาฟืนของจำเลยไป 9 หลา โดยตกลงกันว่าเมื่อถึงเวลาจำเลยจะฟืนก็ให้เอาฟืนของโจทก์ 9 หลาไป แต่จำเลยกลับเอาฟืนของโจทก์ไป 105 หลา ขอให้จำเลยใช้คืน 56 หลา จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ได้เอาฟืนของจำเลยไปก่อน 79 หลา จำเลยจึงได้เอาฟืนของโจทก์ไป 59 หลาครึ่ง หักกันแล้วฟืนของจำเลยยังเหลือที่โจทก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2471ขุนหนองคางคณารักษ์โจทก์นายผล นางจงล. ป.วิ.พ. น่าที่นำสืบโจทก์ฟ้องว่าเดิมโจทก์เอา+ของจำเลยไป ๙ หลา โดยตกลงกันว่าเมื่อถึงเวลาจำเลยจะฟืนก็ให้เอาฟืนของโจทก์ ๙ หลาไป จำเลยกลับเอาฟืนของโจทก์ไป ๑๐๕ หลา ขอให้จำเลยใช้คืน ๕๖ หลา จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ได้เอาฟืนของ จำเลยไปก่อน ๗๙ หลา จำเลยจึงได้เอาฟืนของโจทก์ไป ๕๙ หลาครึ่ง หักกันแล้วฟืนของ จำเลยยัง++ที่ โจทก์อีก ๒๔ หลาครึ่ง ทางพิจารณา ไม่ได้ความขัดว่า ฝ่ายใดเอาคืนของใครไปเท่าใดดังนี้ ศาลจะตัดสินอย่างไร ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้อง(หริศ-นรเนติ-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ