คดีละเมิดอันสืบเนื่องมาจากคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีละเมิดอันสืบเนื่องมาจากคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามมาตรา 108 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แม้จำเลยที่ 1 เป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่การใช้อำนาจสืบเนื่องมาจากมูลเหตุคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลอุทธร
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับการเลือกตั้ง จำเลยที่ 2 ร้องเรียนว่าโจทก์กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จำเลยที่ 1 สืบสวนและมีคำวินิจฉัยแล้วยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำร้อง โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของจำเลยทั้งส
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 34/2568ศาลจังหวัดอุดรธานีศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองอุดรธานีศาลผู้รับความเห็นนาย น.โจทก์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 เอกชนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 1 นาย ท. ที่ 2 จำเลย ว่า โจทก์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านเชียง เขตเลือกตั้งที่ 2 คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเดียวกับโจทก์แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ร้องเรียนว่าโจทก์ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้นาย ฉ. แจกเงินแก่นางสาว ก. และบุคคลในครอบครัวคนละ 100 บาท เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนแก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 จงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อน เพียงแต่สอบถามพยานฝ่ายที่สนับสนุนจำเลยที่ 2 เท่านั้น จำเลยที่ 1 สืบสวนและไต่สวนโดยไม่สอบถามโจทก์หรือนาย ฉ. และพยานบุคคลฝ่ายโจทก์ รวมทั้งมิได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วนกลับด่วนสรุปมีคำวินิจฉัย ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของโจทก์เป็นเวลาสิบปี สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่และสั่งให้โจทก์รับผิดค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง หลังจากนั้น จำเลยทั้งสองจงใจหรือประมาทเลินเล่อร่วมกันนำพยานเข้าเบิกความ ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำร้อง การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่ว